การติดตั้งโซล่าเซลล์แบบเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้า หรือที่หลายคนเรียกว่า “ขนานไฟ” เป็นขั้นตอนสำคัญที่เจ้าของบ้านและเจ้าของกิจการควรรู้ก่อนเริ่มติดตั้งจริง เพราะนอกจากเรื่องขนาดระบบและอุปกรณ์แล้ว ยังมีเรื่องเอกสาร การยื่นคำขอ และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
บทความนี้สรุปให้ครบว่า หากต้องการยื่นขอขนานไฟกับ PEA หรือ MEA ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ขั้นตอนเป็นอย่างไร และมีจุดไหนที่ควรระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้การดำเนินงานราบรื่นมากขึ้น

สรุปก่อน: ติด Solar แบบไหน ต้องดำเนินการอะไรบ้าง?
| ประเภทระบบ | ขอเชื่อมต่อ PEA/MEA | ตรวจสอบ กกพ. | ขายไฟได้หรือไม่ |
|---|---|---|---|
| On-Grid ใช้เอง | ✓ ต้องขอ | ✓ ตามขนาดระบบ | ไม่ขาย |
| On-Grid + ขายไฟ | ✓ ต้องขอ | ✓ ต้องดำเนินการตามโครงการ | ✓ หากผ่านเงื่อนไขโครงการ |
| Hybrid + Battery เชื่อม Grid | ✓ ต้องขอ | ✓ ตามขนาดระบบ | ขึ้นอยู่กับโครงการ |
| Zero Export เชื่อม Grid | ✓ ต้องขอ | ✓ ตามขนาดระบบ | ไม่ขาย |
| Off-Grid แยกจาก Grid โดยสมบูรณ์ | ไม่ต้องขอขนานไฟ | ตรวจสอบตามขนาด/ลักษณะกิจการ | ไม่ขายเข้าระบบ |
ขอขนานไฟ Solar คืออะไร?
ขนานไฟ คือ การเชื่อมต่อระบบโซล่าเซลล์ของอาคารเข้ากับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า เพื่อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกับไฟฟ้าปกติได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
โดยทั่วไป ระบบที่เกี่ยวข้องกับการขอขนานไฟมักเป็น
- ระบบ On-Grid
- ระบบ Hybrid ที่มีการเชื่อมต่อร่วมกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า
หากเป็นระบบที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบของการไฟฟ้าโดยตรง รายละเอียดการขออนุญาตอาจแตกต่างออกไปตามลักษณะระบบ

บ้านอยู่พื้นที่ไหน ต้องยื่น MEA หรือ PEA?
หากสถานที่ติดตั้งอยู่ใน กรุงเทพมหานคร นนทบุรี หรือสมุทรปราการ จะอยู่ในพื้นที่ให้บริการของ การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA
พื้นที่จังหวัดอื่นโดยทั่วไปอยู่ในพื้นที่ของ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA
ดังนั้น ก่อนเตรียมเอกสาร ควรเช็กก่อนว่าสถานที่ติดตั้งอยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานใด เพื่อจะได้ยื่นเอกสารและดำเนินการได้ถูกต้อง
การยื่นคำขอ รวมถึงข้อกำหนดทางวิศวกรรม เอกสาร Inverter ขนาดมิเตอร์ Export Limiting Device และขั้นตอนตรวจสอบ อาจแตกต่างกันระหว่าง MEA และ PEA จึงควรออกแบบระบบโดยอ้างอิงข้อกำหนดของการไฟฟ้าในพื้นที่จริง ไม่ควรใช้ Checklist เดียวกันกับทุกโครงการ

ระบบ Solar แบบไหนต้องขอเชื่อมต่อกับ PEA / MEA?
1. ระบบ On-Grid
ระบบ On-Grid คือระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้า โดยไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกนำมาใช้ภายในบ้านหรืออาคารเป็นหลัก หากผลิตได้ไม่เพียงพอ ระบบจะใช้ไฟจากการไฟฟ้าเข้ามาเสริม
เนื่องจากระบบมีการทำงานขนานกับโครงข่ายไฟฟ้า จึงต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบกับ MEA หรือ PEA ตามพื้นที่ แม้จะติดตั้งเพื่อใช้ไฟเองและไม่ได้ขายไฟก็ตาม
2. ระบบ Hybrid
ระบบ Hybrid คือระบบโซลาร์เซลล์ที่สามารถทำงานร่วมกับ Solar, Battery และระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า (Grid) โดยสามารถเก็บพลังงานส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่เพื่อนำมาใช้ในช่วงที่แสงแดดไม่เพียงพอหรือช่วงกลางคืนได้
หาก Hybrid Inverter มีการเชื่อมต่อและทำงานขนานกับระบบของ MEA หรือ PEA ก็ต้องดำเนินการขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายเช่นเดียวกับระบบ On-Grid

Checklist เอกสารที่ลูกค้าควรเตรียมเบื้องต้น
เอกสารจริงจะแตกต่างตามพื้นที่ ประเภทผู้ใช้ไฟ ขนาดระบบ และวัตถุประสงค์ว่าติดตั้งใช้เองหรือขายไฟ แต่ข้อมูลที่เจ้าของบ้านหรือธุรกิจควรเตรียมเบื้องต้น ได้แก่
- ข้อมูลผู้ใช้ไฟและสถานที่ติดตั้ง เช่น บัตรประชาชนหรือเอกสารนิติบุคคล ทะเบียนบ้าน และข้อมูลผู้ใช้ไฟ
- บิลค่าไฟล่าสุด เพื่อดูหมายเลขผู้ใช้ไฟ ประเภทผู้ใช้ไฟ ขนาดมิเตอร์และข้อมูลการใช้ไฟ
- รูปมิเตอร์และตู้ไฟหลัก เพื่อใช้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเดิม
- รูปและข้อมูลพื้นที่หลังคา รวมถึงตำแหน่งติดตั้ง
- Single Line Diagram (SLD) ของระบบ Solar
- ข้อมูลทางเทคนิคของ Solar Panel และ Inverter รวมถึงเอกสารรับรองที่เกี่ยวข้อง
- เอกสารอุปกรณ์ป้องกันหรือ Export Limiting Device หากระบบนั้นเข้าข่ายต้องใช้
- หนังสือมอบอำนาจ หากให้บริษัทติดตั้งหรือบุคคลอื่นดำเนินการแทน
- เอกสารทางวิศวกรรมเพิ่มเติม ตามขนาด ระดับแรงดัน และข้อกำหนดของการไฟฟ้า
ตัวอย่างโครงการ PEA Solar ภาคประชาชนปี 2569 กำหนดให้ข้อมูลในบิลค่าไฟเป็นปัจจุบันและสอดคล้องกับผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมกำหนดให้ใช้อุปกรณ์และ Inverter ตามข้อกำหนดของ PEA
ขั้นตอนการขออนุญาตการติดโซล่าเซลล์

1. ตรวจสอบว่าการติดตั้งเข้าข่ายดัดแปลงอาคารหรือไม่
ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 (พ.ศ. 2568) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 การติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาอาคาร หากมีน้ำหนักรวมในบริเวณหนึ่งบริเวณใด ไม่เกิน 20 กิโลกรัมต่อตารางเมตร จะไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามเกณฑ์ดังกล่าว
ปัจจุบัน ไม่มีข้อจำกัดพื้นที่ติดตั้ง 160 ตารางเมตรแบบหลักเกณฑ์เดิมแล้ว ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้จำนวนแผงหรือขนาดกำลังผลิต เช่น 35 kWp มาเป็นตัวตัดสินว่าต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคารหรือไม่
อย่างไรก็ตาม หากมีการต่อเติมหลังคา สร้างโครงสร้างใหม่ เสริม หรือดัดแปลงส่วนของอาคาร หรือมีลักษณะงานอื่นที่เข้าข่ายการก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร ควรตรวจสอบกับเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามกฎหมายควบคุมอาคารอีกครั้ง
หากกรณีนั้นเข้าข่ายต้องขออนุญาตดัดแปลงอาคาร การยื่นคำขอใช้ แบบ ข.1 (คำขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคาร) ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น

2. ตรวจสอบการจดแจ้งและใบอนุญาตกับสำนักงาน กกพ.
การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจาก Solar Rooftop ต้องตรวจสอบการดำเนินการกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ตามขนาดและลักษณะของระบบ
สำหรับระบบที่เชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า ปัจจุบันมีเกณฑ์สำคัญ ได้แก่
- กำลังผลิตติดตั้งต่ำกว่า 200 kVA
อยู่ในกลุ่มกิจการผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า แต่ยังต้องดำเนินการตามกระบวนการรับแจ้งและเชื่อมต่อระบบที่กำหนด
ขั้นตอนปฏิบัติอาจแตกต่างกันระหว่าง MEA และ PEA โดยปัจจุบัน ผู้ขอเชื่อมต่อรายใหม่ในพื้นที่ MEA ไม่ต้องยื่นคำขอจดแจ้งยกเว้นกับสำนักงาน กกพ. แยกต่างหาก เนื่องจาก MEA มีขั้นตอนเชื่อมโยงข้อมูลในกระบวนการขอเชื่อมต่อ ส่วนพื้นที่ PEA ให้ดำเนินการตามขั้นตอนล่าสุดในระบบ PPIM และสำนักงาน กกพ.
- กำลังผลิตติดตั้งตั้งแต่ 200 kVA แต่ต่ำกว่า 1,000 kVA
อยู่ในกลุ่มกิจการผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า แต่ต้องดำเนินการตามกระบวนการจดแจ้งที่กำหนด และต้องขอ ใบอนุญาตให้ผลิตพลังงานควบคุม (พค.2) กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เพิ่มเติม ก่อนดำเนินการ COD/ขนานไฟตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับระบบขนาดใหญ่กว่านี้หรือโครงการที่มีลักษณะเฉพาะ ควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน กกพ. โดยตรงก่อนดำเนินการ
3. ยื่นขอขนานไฟฟ้ากับการไฟฟ้า
ตัวอย่างเอกสารที่มักใช้ในการยื่นขอเชื่อมต่อระบบ โดยรายการจริงอาจแตกต่างกันตาม MEA/PEA ขนาดระบบ ระดับแรงดัน และประเภทโครงการ ได้แก่
-
แบบคำขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้า
-
เอกสารผู้ใช้ไฟหรือเจ้าของมิเตอร์
-
ใบแจ้งค่าไฟฟ้าล่าสุด
-
Single Line Diagram (SLD) ที่ลงนามโดยวิศวกรตามขอบเขตงาน
-
Datasheet และข้อมูลทางเทคนิคของ Solar Panel และ Inverter
-
เอกสารรับรองหรือข้อมูล Inverter ตามข้อกำหนดของ MEA/PEA
-
แบบหรือข้อมูลอุปกรณ์ป้องกันและควบคุมระบบ ตามที่การไฟฟ้ากำหนด
-
เอกสารด้านโครงสร้างหรือรายการคำนวณ กรณีที่โครงการนั้นเข้าข่ายต้องใช้
-
หนังสือมอบอำนาจ กรณีให้ผู้ติดตั้งดำเนินการแทน
-
เอกสารอื่นตามประเภทและขนาดของโครงการ
ควรตรวจสอบ Checklist ล่าสุดของ MEA หรือ PEA ก่อนยื่นทุกครั้ง เนื่องจากข้อกำหนดของแต่ละโครงการอาจแตกต่างกัน

หากต้องการขายไฟฟ้าส่วนเกินให้การไฟฟ้าทำอย่างไร?
สำหรับบ้านอยู่อาศัย ปัจจุบันมี โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา สำหรับภาคประชาชน พ.ศ. 2569 โดยเปิดให้ผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไขสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เอง และขายไฟฟ้าส่วนเกินเข้าสู่ระบบได้
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 PEA และ MEA เปิดรับคำขอโครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนรอบใหม่ โดยกำหนดสาระสำคัญ ได้แก่
- ผู้เข้าร่วมเป็นผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยตามเงื่อนไขของโครงการ
- ผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองเป็นหลัก และขายไฟฟ้าส่วนเกิน
- กำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์
- รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วย
- ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
- เป้าหมายรับซื้อรวม PEA และ MEA ไม่เกิน 500 MW
- การรับคำขอและสิทธิขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและสถานะของโครงการ ณ วันที่ยื่น

4. การตรวจสอบและเปลี่ยนมิเตอร์
หลังจากยื่นขอเชื่อมต่อและติดตั้งระบบตามแบบที่กำหนด การไฟฟ้าจะดำเนินการตรวจสอบระบบผลิตไฟฟ้าและอุปกรณ์เชื่อมต่อตามประเภทของโครงการ
การเปลี่ยนมิเตอร์ รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์ควบคุมหรือจำกัดการส่งกำลังไฟฟ้าย้อนเข้าสู่ระบบ จะขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ ขนาดระบบ และข้อกำหนดของ MEA หรือ PEA
สำหรับกรณีเข้าร่วมโครงการขายไฟฟ้า จะมีขั้นตอนการตรวจสอบระบบและดำเนินการด้านมิเตอร์ก่อนเริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบเชิงพาณิชย์ตามเงื่อนไขของโครงการ

ระบบ Solar แบบไหนไม่ต้องขอเชื่อมต่อกับ PEA / MEA?
ระบบ Off-Grid
ระบบ Off-Grid คือระบบผลิตไฟฟ้าที่ แยกออกจากโครงข่ายไฟฟ้าของ MEA หรือ PEA โดยสมบูรณ์ ไม่มีการเชื่อมต่อหรือทำงานขนานกับระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า โดยทั่วไปจึง ไม่ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายกับ MEA หรือ PEA
อย่างไรก็ตาม การเป็นระบบ Off-Grid ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับยกเว้นจากกฎหมายหรือข้อกำหนดอื่นทุกกรณี โครงการยังควรตรวจสอบเรื่องกฎหมายควบคุมอาคาร การจดแจ้งหรือใบอนุญาตด้านกิจการพลังงาน และข้อกำหนดอื่นที่เกี่ยวข้องตามขนาดและลักษณะของระบบ
สำหรับ Solar Rooftop เรื่องการดัดแปลงอาคารให้พิจารณาตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 72 พ.ศ. 2568 ซึ่งปัจจุบันไม่มีเกณฑ์พื้นที่ 160 ตารางเมตรแบบเดิมแล้ว
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการติดตั้งโซล่าเซลล์ ติดต่อทีมงานของเราได้ที่ โทร. 066-141-7892 Line: @kwsolar
คำถามที่พบบ่อย
1. ติดโซล่าเซลล์บ้าน 5kW ต้องขอขนานไฟไหม?
หากเป็นระบบ On-Grid หรือ Hybrid ที่เชื่อมต่อและทำงานขนานกับระบบของการไฟฟ้า ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบกับ MEA หรือ PEA ตามพื้นที่ แม้ว่าจะติดตั้งเพื่อผลิตไฟใช้เองและไม่ขายไฟก็ตาม
แต่หากเป็น Off-Grid ที่แยกออกจากระบบของการไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ จะไม่มีขั้นตอนการขอเชื่อมต่อระบบโครงข่ายกับ MEA/PEA
2. ระบบ Hybrid ต้องขออนุญาตไหม?
หาก Hybrid Inverter มีการเชื่อมต่อและทำงานขนานกับระบบไฟฟ้าของ MEA หรือ PEA ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบโครงข่าย ตามข้อกำหนดของการไฟฟ้า
3. เจ้าของบ้านยื่นขนานไฟเองได้ไหม?
ในหลายกรณีเจ้าของบ้านสามารถยื่นเองได้ แต่หากต้องมีเอกสารทางเทคนิคและวิศวกรรมครบถ้วน หลายคนจึงเลือกให้บริษัทติดตั้งช่วยดำเนินการแทน
4. ใช้เวลาขนานไฟนานไหม?
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความครบของเอกสาร ความพร้อมของหน้างาน และขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่
5. ถ้าเอกสารไม่ครบจะเกิดอะไรขึ้น?
อาจต้องมีการแก้ไขหรือส่งเอกสารเพิ่มเติม ซึ่งทำให้กระบวนการโดยรวมล่าช้าออกไป
6. ติด Solar ก่อน แล้วค่อยขอขนานไฟทีหลังได้ไหม?
ในทางปฏิบัติ ไม่แนะนำให้ออกแบบและติดตั้งโดยไม่ตรวจสอบข้อกำหนดก่อน เพราะอาจพบภายหลังว่า Inverter, อุปกรณ์ป้องกัน, ขนาดระบบ, ขนาดมิเตอร์ หรือรูปแบบการเชื่อมต่อไม่ตรงตามข้อกำหนดของการไฟฟ้า ผลที่ตามมาอาจต้องแก้อุปกรณ์ แก้แบบ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
7. ติด Solar แบบ Zero Export แล้วไม่ต้องแจ้ง PEA / MEA จริงหรือ?
ไม่จริง หากระบบยังทำงานขนานกับ Grid
สรุป
สำหรับบ้านทั่วไปที่ติด On-Grid หรือ Hybrid สิ่งที่ควรตรวจสอบหลัก ๆ มี 3 ส่วน
1. กฎหมายอาคาร
Solar Rooftop ที่เข้าเงื่อนไขตามกฎกระทรวงฉบับที่ 72 พ.ศ. 2568 โดยมีน้ำหนักรวมตามเกณฑ์ไม่เกิน 20 กก./ตร.ม. บนหลังคา ไม่ถือเป็นการดัดแปลงอาคารตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว และไม่มีข้อจำกัดพื้นที่ 160 ตร.ม. แบบเดิมแล้ว
2. MEA หรือ PEA
ถ้าเป็นระบบที่เชื่อมต่อและทำงานขนานกับ Grid ต้องยื่นขอเชื่อมต่อระบบ แม้จะติดตั้งเพื่อใช้เองและไม่ขายไฟ
3. สำนักงาน กกพ.
ต้องตรวจสอบกระบวนการจดแจ้งหรือใบอนุญาตตามขนาดกำลังผลิต โดยปัจจุบันมีเกณฑ์สำคัญที่ 200 kVA และ 1,000 kVA และระบบตั้งแต่ 200 ถึงต่ำกว่า 1,000 kVA มีเรื่องใบอนุญาต พค.2 เพิ่มเข้ามา
หากต้องการ ขายไฟส่วนเกิน ยังต้องดำเนินการตามเงื่อนไขโครงการรับซื้อไฟฟ้าที่เปิดรับอยู่ ปัจจุบันโครงการ Solar ภาคประชาชนปี 2569 รับซื้อไฟส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย นาน 10 ปี และเสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์
หากคุณต้องการติดSolarcell พร้อมขออนุญาต สามารถติดต่อทีมงาน คุ้มไว โซล่า ของเราได้ที่ โทร. 066-141-7892 Line: @kwsolar
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: ข้อมูลในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับขั้นตอนการติดตั้งและขออนุญาตระบบ Solar Rooftop เท่านั้น ข้อกำหนด เอกสาร ขั้นตอนทางวิศวกรรม โควตารับซื้อไฟฟ้า และหลักเกณฑ์ของหน่วยงานภาครัฐอาจมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ ประเภทผู้ใช้ไฟ ขนาดและรูปแบบของระบบ ผู้ติดตั้งและเจ้าของโครงการควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจาก MEA, PEA, สำนักงาน กกพ. และหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการจริง
ให้ "คุ้มไว SOLAR" ช่วยประเมินระบบที่เหมาะกับหน้างานของคุณ
บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สำหรับบ้านและธุรกิจ พร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ สอบถามเราสิครับ
