ถ้าคุณมีที่ดินว่าง ข่าวโซลาร์ฟาร์มชุมชนอาจทำให้นึกขึ้นมาว่า เอาที่ของเราไปติดแผงแล้วขายไฟได้ไหม? ส่วนคนที่อยู่ในชุมชนก็คงอยากรู้ว่า ถ้ามีโครงการมาตั้งใกล้บ้าน ค่าไฟจะถูกลงด้วยหรือเปล่า?
สองคำถามนี้เกี่ยวกับโครงการเดียวกัน แต่คำตอบคนละส่วนครับ เจ้าของที่ดิน ผู้ลงทุนโรงไฟฟ้า และคนในชุมชน ไม่ได้มีสิทธิหรือหน้าที่เหมือนกัน การมีที่ดินจึงยังไม่เท่ากับได้สิทธิขายไฟ และการอยู่ใกล้โรงไฟฟ้าก็ยังไม่ได้แปลว่าจะได้ส่วนลดค่าไฟทันที
อัปเดต 25 กันยายน 2569: โซลาร์ฟาร์มชุมชนเป็นโรงไฟฟ้าบนพื้นดิน เป้าหมายรวมไม่เกิน 1,500 MW กำลังผลิตตามสัญญาไม่เกิน 10 MW ต่อโครงการ และ FiT 2.1679 บาทต่อหน่วย ไม่ใช่เงินอุดหนุนติดแผงให้แต่ละบ้าน
สถานะที่ต้องรู้: ระเบียบลงวันที่ 17 ก.ย. 2569 ลงราชกิจจานุเบกษา 22 ก.ย. และมีผลวันถัดไป คือ 23 ก.ย. แต่รอบตรวจ 25 ก.ย. หน้าโครงการ กกพ. ยังไม่แสดงประกาศเชิญชวนหรือวันยื่นข้อเสนอ จึงยังไม่ควรสรุปว่า “เปิดรับสมัครแล้ว” ต้องตรวจประกาศการไฟฟ้าเพิ่มเติม
ตรวจเอกสารได้ที่ หน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนของ กกพ. และ ระเบียบฉบับราชกิจจานุเบกษาที่ กกพ. เผยแพร่
โซลาร์ฟาร์มชุมชนคืออะไร ต่างจาก Solar Rooftop 50,000 บาทอย่างไร
ใช้แสงอาทิตย์เหมือนกัน แต่โจทย์ต่างกัน: ฝั่งหนึ่งทำโรงไฟฟ้าเพื่อขายไฟ อีกฝั่งเริ่มจากลดไฟที่บ้านหรืออาคารต้องซื้อมาใช้
แล้วคำว่า “ชุมชน” ล่ะ หมายถึงชาวบ้านต้องรวมเงินกันทำหรือไม่? ในระเบียบ คำนี้หมายถึงพื้นที่ระดับตำบลหรือแขวงตามที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด จึงไม่ได้แปลว่าทุกครัวเรือนต้องลงหุ้น และยังต้องดูว่าพื้นที่ใดเข้าเกณฑ์ด้วย
| ประเด็น | โซลาร์ฟาร์มชุมชน | โซลาร์บนหลังคาบ้าน |
|---|---|---|
| ติดตั้งที่ไหน | บนพื้นดินในพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์ | หลังคาของบ้านหรืออาคาร |
| เป้าหมายหลัก | พัฒนาโรงไฟฟ้าและขายไฟตามสัญญา | ผลิตใช้เอง และขายส่วนเกินเมื่อเข้าเงื่อนไข |
| ใครดำเนินการ | นิติบุคคลผู้พัฒนาโครงการที่ผ่านคัดเลือก | เจ้าของหรือผู้มีสิทธิตามโครงการบ้านนั้น |
| สิ่งที่ต้องตรวจ | คุณสมบัติ ที่ดิน เงินทุน จุดเชื่อมต่อ และ PPA | หลังคา โหลดใช้ไฟ ระบบไฟ และสิทธิที่ขอ |
ถ้าคุณกำลังตามข่าว เงินอุดหนุน Solar Rooftop 50,000 บาท หรือ Solar ภาคประชาชน 10,000 MW อยู่ ให้แยกอ่านเงื่อนไขของแต่ละโครงการครับ ชื่อคล้ายกันและเกี่ยวกับโซลาร์เหมือนกัน แต่เอาวงเงินหรือสิทธิของโครงการหนึ่งมาใช้กับอีกโครงการไม่ได้
ใครยื่นขายไฟได้ เจ้าของที่ดินสมัครเองได้ไหม
แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ้าของที่ดินจะไม่มีบทบาท คุณอาจให้เช่าที่หรือร่วมกับผู้พัฒนาได้ตามข้อตกลง เพียงแต่ต้องแยกให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของที่ ใครเป็นผู้ลงทุน และใครเป็นคู่สัญญาขายไฟ
ถ้าสนใจเป็นผู้ยื่นเอง ข้อ 9 ของ ระเบียบ กกพ. มีเงื่อนไขสำคัญที่ควรเช็กก่อน ได้แก่
- มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และไม่เป็นหน่วยงานของรัฐตามประเภทที่ระเบียบระบุ
- หากเป็นบริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% กรรมการอย่างน้อยครึ่งหนึ่งและผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลต้องมีสัญชาติไทย
- มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อ kW ของกำลังเสนอขายรวมในนามนิติบุคคลเดียวกัน และชำระทุนเต็มจำนวน
- มีผลตรวจจุดเชื่อมต่อที่ตรงกับชุมชนและรองรับกำลังเสนอขาย รวมทั้งผ่านคุณสมบัติเพิ่มเติมที่การไฟฟ้ากำหนด
ตัวเลขทุนอาจยังนึกภาพยาก ลองดูตัวอย่างเดิมนี้: หากเสนอขาย 5 MW หรือ 5,000 kW จะต้องมีทุนตามเกณฑ์ขั้นต่ำ 10 ล้านบาท จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ 10 ล้านบาทนี้เป็นเกณฑ์ทุน ไม่ใช่คำตอบว่าสร้างโรงไฟฟ้าเสร็จได้ด้วยเงินเท่านี้ ยังมีหลักประกันและเงินลงทุนส่วนอื่นที่ต้องเตรียม
นอกจากทุน ผู้ยื่นต้องมีสิทธิใช้ที่ดินถูกต้องตลอดอายุสัญญา แสดงความพร้อมด้านเทคนิค และมีหนังสือสนับสนุนสินเชื่อไม่น้อยกว่า 50% ของมูลค่าโครงการด้วย หนังสือนี้เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ความพร้อม ไม่ใช่ประกาศว่าธนาคารจะปล่อยกู้ให้ผู้สนใจทุกราย
ขนาดไม่เกิน 10 MW หมายถึงอะไร และทำไมต้องดู Grid Capacity
ตรงนี้มีศัพท์อยู่สองเรื่องที่ควรรู้ เรื่องแรกคือ MW บอกกำลัง ส่วน kWh บอกพลังงานที่นำไปคิดค่าไฟ ขนาดโรงไฟฟ้าจึงยังบอกผลผลิตต่อเดือนไม่ได้ ต้องคำนวณจากแดด อุปกรณ์ และข้อจำกัดการจ่ายไฟอีกที กำลังเสนอขายในระเบียบยังนับฝั่ง AC ตามสัญญา ไม่ใช่เอาตัวเลขบนแผงฝั่ง DC มารวมแล้วใช้แทนทันที
อีกเรื่องคือ Grid Capacity หรือความสามารถของโครงข่ายในการรับไฟเพิ่ม ณ จุดเชื่อมต่อ ลองเทียบกับถนนที่รับรถได้จำกัด ต่อให้มีรถพร้อมออกมามาก ถนนก็ไม่ได้ขยายตาม เช่นเดียวกับที่ดินกว้างที่ไม่ได้ทำให้สายไฟรับกำลังเพิ่มได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ
การไฟฟ้าจึงต้องดูทั้งการใช้ไฟของชุมชน สายป้อน สถานีต้นทาง และเงื่อนไขไม่ให้ไฟไหลย้อนขึ้นระบบส่ง กฟผ. ตามข้อ 7–8 เพดาน 10 MW ไม่ใช่ขนาดที่ทุกชุมชนได้รับเต็มจำนวน และแม้มีเสาไฟอยู่ติดแปลง ก็ยังต้องตรวจจุดเชื่อมต่อก่อนผูกพันเงินลงทุน
FiT 2.1679 บาทและ PPA 25 ปี ต้องอ่านอย่างไร
ตัวเลข 2.1679 บาทต่อหน่วยเป็นราคาที่ฝั่งผู้ขายไฟต้องสนใจ เรียกว่า FiT หรืออัตรารับซื้อไฟฟ้า ไม่ใช่ราคาค่าไฟที่ทุกบ้านจะได้จ่าย และยังไม่ใช่กำไรที่เหลือเข้ากระเป๋า
ข้อ 5 กำหนดอัตรานี้ไว้ หรือใช้อัตราที่ปรับปรุงตามมติ กพช. ก่อนลงทุนจึงต้องตรวจอัตราและสัญญาที่ใช้จริงอีกครั้ง
ลองคิดเฉพาะรายรับแบบง่าย ๆ ถ้ามีไฟที่เข้าเกณฑ์รับซื้อ 100,000 kWh คูณด้วย 2.1679 บาท จะได้ 216,790 บาทก่อนหักต้นทุน พอเห็นตัวเลขแล้ว คำถามถัดไปจึงไม่ใช่แค่ “ขายไฟได้เท่าไร” แต่ต้องถามว่า “เหลือเท่าไรหลังจ่ายค่าใช้จ่าย?” ตัวอย่างนี้ใช้ให้เข้าใจวิธีคิดเท่านั้น ไม่ได้คาดการณ์ผลผลิต กำไร หรือระยะคืนทุนของโรงไฟฟ้าขนาดใด
PPA และ Non-Firm คืออะไร
PPA ก็คือสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ผู้ผลิตทำกับ กฟน. หรือ กฟภ. สำหรับโครงการนี้กำหนดเป็น Non-Firm 25 ปีนับจาก COD ซึ่งหมายถึงวันที่เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์จริง อายุสัญญาจึงไม่ได้นับจากวันที่คุณเริ่มสนใจหรือเริ่มเตรียมที่ดิน
ยังมีอีกคำที่หน้าตาคล้ายกันคือ SCOD หมายถึงกำหนดวันที่ต้องเริ่มจ่ายไฟ ระเบียบกำหนดไว้ภายใน 18 เดือนจากวันลงนามสัญญา
ส่วนคำว่า Non-Firm สำคัญกับการคิดความคุ้มค่า เพราะการไฟฟ้ามีสิทธิลดปริมาณรับซื้อตามข้อกำหนดโครงข่าย สัญญา 25 ปีจึงไม่ใช่คำรับรองว่าจะขายไฟได้ทุกหน่วยทุกเวลา ต้องนำความเสี่ยงนี้มาคิดร่วมกับค่าก่อสร้าง ค่าเชื่อมต่อ ค่าเช่าที่ ดอกเบี้ย และค่าดูแลด้วย
ก่อนสรุปงบ ยังมีอีกสองรายการให้ตรวจ: หลักประกันเสนอขายไฟและหลักประกันสัญญา อย่างละ 1,000 บาทต่อ kW ในคนละขั้นตอน ส่วนสิทธิ REC/Carbon Credit ระเบียบกำหนดให้เป็นของผู้ซื้อไฟหรือภาครัฐ จึงไม่ควรนำรายได้ขายคาร์บอนเครดิตมาบวกเป็นรายได้ของเจ้าของโครงการเอง ข้อ 14, 20 และ 29
ชุมชนได้อะไร แล้วค่าไฟบ้านจะลดทันทีหรือไม่
คำตอบต้องแยกจากรายได้ของโรงไฟฟ้าครับ เงินขายไฟเป็นเรื่องของผู้ขายไฟ ค่าเช่าที่เป็นเรื่องตามสัญญาที่ดิน ส่วนประโยชน์ของคนในชุมชนต้องดูเงื่อนไขอีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เงินก้อนเดียวที่แบ่งให้ทุกบ้านโดยอัตโนมัติ
พื้นที่อาจมีโอกาสเรื่องการเช่าที่ดินหรือจ้างงาน แต่จะเกิดขึ้นจริงแค่ไหนขึ้นกับสัญญาและการดำเนินโครงการ จึงยังถือเป็นสิทธิรับเงินของทุกครัวเรือนไม่ได้
เรื่องค่าไฟก็เช่นกัน แม้ระเบียบจะกำหนดให้นำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า แต่ยังใช้ข้อมูลนี้เพียงอย่างเดียวตอบไม่ได้ว่า บ้านคุณจะลดค่าไฟได้กี่บาท และเริ่มเมื่อไร ต้องดูมาตรการสำหรับผู้ใช้ไฟกลุ่มนั้นเพิ่มเติม ข้อ 27
ถ้ามีการนำเสนอโครงการในพื้นที่ คำถามที่ควรถามให้ชัดคือ ใครรับผิดชอบ ติดต่อหรือร้องเรียนได้ทางไหน และประโยชน์ที่บอกว่าจะได้รับมีเอกสารอะไรยืนยันบ้าง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ประเมินได้มากกว่าคำว่า “ชุมชนได้ประโยชน์” เพียงประโยคเดียว
ขั้นตอนใดมีแล้ว ขั้นตอนใดยังต้องรอ
แต่การยื่นข้อเสนอจริงยังต้องดูประกาศเรื่องพื้นที่ กำลังเสนอขาย จุดเชื่อมต่อ แบบเอกสาร คะแนน และกำหนดวันรับข้อเสนอ มีระเบียบแล้วกับเปิดรับสมัครแล้วจึงเป็นคนละขั้น การไม่พบประกาศในหน้า กกพ. รอบที่ตรวจ ยังไม่ใช่ข้อยืนยันว่าไม่มีประกาศทุกช่องทาง ควรตรวจ กฟน./กฟภ. ตามพื้นที่ด้วย
มองเป็นลำดับจะเห็นภาพง่ายขึ้น:
ประกาศพื้นที่และโครงข่าย → ตรวจจุดเชื่อมต่อ → ยื่นข้อเสนอและหลักประกัน → ตรวจคุณสมบัติ → แข่งขันคะแนนคุณภาพ → ลงนาม PPA → ขออนุญาต ก่อสร้าง และจ่ายไฟ
การจ่ายค่าจองให้บริษัทเอกชนจึงข้ามขั้นตอนเหล่านี้ไม่ได้ และไม่ได้ทำให้ได้ PPA ทันที
หากเคยอ่านข่าวว่า “ยื่นก่อนได้ก่อน” ตรงนี้ต้องระวังข้อมูลเก่า เกณฑ์ในระเบียบใช้การตรวจคุณสมบัติว่าผ่านหรือไม่ผ่าน หรือ Pass/Fail ก่อน จากนั้นจึงแข่งขันด้วยคะแนนคุณภาพด้านเทคนิคที่เรียกว่า Competitive Scoring โดยผู้ยื่นรายหนึ่งได้รับคัดเลือกรวมสูงสุดไม่เกิน 30 MW ตามเงื่อนไขระเบียบ ข้อ 17–18
ควรติดตาม หน้าโครงการ กกพ. และประกาศบนเว็บไซต์ PEA หรือ MEA โดยแยกประกาศเชิญชวนจริงออกจากข่าวประชาสัมพันธ์ความคืบหน้า
เจ้าของที่ดินและนักลงทุนควรเตรียมอะไรก่อนจ่ายเงิน
- ที่ดิน: พิกัด เขตตำบล/แขวง เอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน ทางเข้า น้ำท่วม และข้อจำกัดการใช้พื้นที่
- นิติบุคคล: ผู้ถือหุ้น กรรมการ อำนาจลงนาม วัตถุประสงค์ และทุนที่ชำระแล้ว
- โครงข่าย: หนังสือผลตรวจจุดเชื่อมต่อ กำลังรับได้ และผู้รับผิดชอบค่าเชื่อมต่อ
- แบบและใบอนุญาต: ผังโรงไฟฟ้า Single Line Diagram ผู้รับรองแบบ และกฎหมายที่ใช้กับพื้นที่จริง
- เงินลงทุน: งบก่อสร้าง ค่าเชื่อมต่อ หลักประกัน เงินสำรอง และเงื่อนไขสินเชื่อ
- สัญญา: เงื่อนไขคืนเงินหากไม่ผ่านคัดเลือก สิทธิใช้ที่ดิน ความรับผิด และงานรื้อถอนเมื่อสิ้นสุดโครงการ
เมื่อรวบรวมข้อมูลได้แล้ว ให้วิศวกรและที่ปรึกษากฎหมายช่วยตรวจเอกสารก่อนผูกพันเงินครับ การได้รับคัดเลือกยังไม่ได้แทนใบอนุญาตทั้งหมด และไม่ควรใช้ ขั้นตอนอนุญาตโซลาร์บ้าน แทนข้อกำหนดของโรงไฟฟ้าบนพื้นดิน
แต่ถ้าอ่านแล้วพบว่าเป้าหมายของคุณคือแค่ลดค่าไฟบ้าน ไม่ได้อยากลงทุนโรงไฟฟ้า ก็กลับมาดู Solar Rooftop และ การขายไฟส่วนเกิน ได้เลย เป็นคนละโจทย์กัน ไม่จำเป็นต้องนำเงื่อนไขทั้งหมดของโซลาร์ฟาร์มมาคิดกับบ้านของคุณ
FAQ โซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW
เปิดรับสมัครโซลาร์ฟาร์มชุมชนแล้วหรือยัง
ยังสรุปว่าเปิดรับแล้วจากหน้าโครงการ กกพ. ที่ตรวจไม่ได้ครับ ณ 25 ก.ย. 2569 หน้านั้นมีระเบียบแล้ว แต่ยังไม่แสดงวันรับข้อเสนอ ต้องตรวจประกาศเชิญชวนของการไฟฟ้าเพิ่มเติม
บุคคลธรรมดามีที่ดิน สามารถยื่นขายไฟได้เลยไหม
ยังไม่ได้จากการมีที่ดินอย่างเดียว ผู้ยื่นต้องเป็นนิติบุคคลที่ผ่านเกณฑ์ ส่วนเจ้าของที่ดินอาจให้เช่าหรือร่วมพัฒนาได้ตามข้อตกลง ต้องตรวจสิทธิและสัญญาแยกกัน
ทุกตำบลจะได้โรงไฟฟ้า 10 MW หรือไม่
ไม่ใช่ครับ 10 MW เป็นเพดานต่อโครงการ ขนาดที่ทำได้ต้องดูการใช้ไฟของชุมชนและความสามารถของโครงข่ายตามที่การไฟฟ้าประกาศ
FiT 2.1679 บาทเท่ากับค่าไฟบ้านราคานี้หรือไม่
คนละราคากัน ตัวเลขนี้เป็นอัตราที่ใช้รับซื้อไฟจากโครงการ ไม่ใช่ราคาบิลบ้านหรือจำนวนส่วนลดที่แต่ละครัวเรือนจะได้รับ
ติดโซลาร์บนหลังคาอยู่แล้ว เอามาเข้าโครงการนี้ได้ไหม
โครงการนี้ไม่ได้เป็นช่องทางเปลี่ยนสัญญาโซลาร์หลังคาเดิมให้มาใช้อัตราใหม่ เพราะกำหนดเป็นโรงไฟฟ้าบนพื้นดินลงทุนใหม่ และมีเงื่อนไขเรื่องประวัติสัญญาตามข้อ 10
มีคนเสนอให้จ่ายค่าจองสิทธิ ควรตรวจอะไร
ขอดูประกาศทางการ ชื่อนิติบุคคล ผลตรวจจุดเชื่อมต่อ และเงื่อนไขคืนเงินก่อนครับ ใบรับเงินของเอกชนไม่ได้ยืนยันว่าได้สิทธิขายไฟ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสัญญาก่อนชำระ
สรุปก่อนตัดสินใจ: ถ้ามีที่ดิน ให้เริ่มจากสิทธิใช้ที่และจุดเชื่อมต่อ ถ้าสนใจลงทุน ให้ดูคุณสมบัติ เงินทุน และสัญญา ส่วนคนในชุมชนให้ติดตามเงื่อนไขประโยชน์ที่เกี่ยวกับตัวเอง แล้วตรวจประกาศเปิดรับจริงอีกครั้ง การรู้ว่าเราเกี่ยวข้องในบทบาทไหนจะช่วยให้ไม่สับสนกับข่าวโซลาร์โครงการอื่น
ยังไม่แน่ใจว่าโจทย์ของคุณเหมาะกับโซลาร์แบบไหน? ส่งจังหวัด/ตำบล พิกัดและขนาดพื้นที่มาสอบถามคุ้มไว Solar ได้ พร้อมบอกว่าต้องการผลิตไฟใช้เองหรือสนใจขายไฟ หากเป็นบ้านหรือธุรกิจให้แนบบิลค่าไฟด้วย เพื่อใช้ประเมินเบื้องต้น
การปรึกษานี้ไม่ใช่การจองสิทธิหรือรับคำสมัครแทนการไฟฟ้า และไม่รับรองการได้รับคัดเลือกเข้าโครงการ
แหล่งอ้างอิงและวันตรวจ: หน้าโครงการ กกพ. และ ระเบียบ พ.ศ. 2569 ฉบับราชกิจจานุเบกษา 22 กันยายน 2569 ตรวจวันที่ 25 กันยายน 2569 บทความเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่แทนการตรวจเอกสารกฎหมาย สัญญา หรือแบบวิศวกรรมเฉพาะโครงการ
