อัปเดตข้อมูล: 27 ตุลาคม 2569 | คุ้มไว Solar
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 เปิดลงทะเบียนแล้ว โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์สูงสุด 50,000 บาทต่อราย เพื่อช่วยให้ประชาชนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้ง่ายขึ้น
สำหรับบริษัทรับเหมาติดตั้งโซลาร์เซลล์ โครงการนี้ถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ แต่ก่อนจะเริ่มรับงาน มีเรื่องสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อม ทั้งการขึ้นทะเบียนผู้ติดตั้ง การทำสัญญา การวางหนังสือค้ำประกันกับธนาคาร และการดูแลลูกค้าหลังติดตั้ง
สิ่งที่ผู้รับเหมาควรระวังคือ ต้นทุนไม่ได้จบลงในวันที่ติดตั้งเสร็จ เพราะตามเอกสารร่างของโครงการ ยังมีภาระรับประกัน ประกันอัคคีภัย และบริการดูแลระบบต่อเนื่องถึง 7 ปี
บทความนี้จะอธิบายว่าผู้รับเหมาต้องเตรียมอะไรบ้าง มีค่าใช้จ่ายส่วนไหนที่ไม่ควรมองข้าม และควรคำนวณต้นทุนอย่างไรก่อนเสนอราคา
หมายเหตุ: ข้อมูลเงินสนับสนุนและการเปิดโครงการอ้างอิงประกาศการไฟฟ้า ส่วนรายละเอียดหนังสือค้ำประกันและบริการ 7 ปี อ้างอิงคู่มือและสัญญาฉบับร่างวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ซึ่งต้องตรวจสอบกับเอกสารที่ประกาศใช้จริงอีกครั้ง
1. ผู้รับเหมาโซลาร์ต้องขึ้นทะเบียนก่อนรับงานหรือไม่?
การเป็นบริษัทรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั่วไป ไม่ได้หมายความว่าจะรับงานในโครงการโซลาร์ภาคประชาชนได้ทันที
โครงการกำหนดให้ประชาชนติดตั้งผ่านการไฟฟ้า หรือผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผู้รับเหมาจึงควรตรวจสอบว่าบริษัทมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียน หรือ Vendor List และมีขอบเขตทะเบียนครอบคลุมงานติดตั้งที่ต้องการรับหรือไม่
อีกเรื่องที่ควรแยกให้ชัดคือ การขึ้นทะเบียนเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์กับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตั้ง ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีขึ้นทะเบียนผู้ติดตั้ง Solar Rooftop กับ PEA และ MEA ปี 2569
ก่อนเสนอราคา ต้องตรวจสิทธิของเจ้าของบ้านด้วย
นอกจากตรวจบริษัทแล้ว ผู้รับเหมาควรช่วยลูกค้าตรวจสอบคุณสมบัติของโครงการตั้งแต่แรก
หลักเกณฑ์สำคัญประกอบด้วย ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และมีชื่อผู้ขอรับสิทธิตรงกับชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่ระบุในบิล
ขนาดระบบที่ติดตั้งใหม่หรือติดตั้งเพิ่มต้องอยู่ระหว่าง 5–10 กิโลวัตต์สูงสุด (kWp) ต่อมิเตอร์ โดยกรณีติดตั้งเพิ่มจะไม่นับขนาดของระบบเดิมรวมด้วย
ลูกค้าที่รับเงินสนับสนุนต้องไม่ใช้สิทธิภาษีตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 ซ้ำซ้อน ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังต้องพิจารณาเงื่อนไขสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้าเป็นเวลา 20 ปีด้วย
ทำไมผู้รับเหมาต้องตรวจเรื่องนี้?
เพราะหากรับงานไปแล้ว แต่ลูกค้าไม่ผ่านคุณสมบัติ อาจเกิดปัญหาการยกเลิกงาน การชำระเงิน หรือข้อพิพาทตามสัญญาภายหลังได้
2. ก่อนเสนอราคา ต้องสำรวจหน้างานให้ละเอียด
โครงการกำหนดขนาดระบบที่เข้าร่วมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าบ้านทุกหลังจะเหมาะกับระบบขนาดเดียวกัน
ก่อนเสนอราคา ผู้รับเหมาควรตรวจสภาพหลังคา ความแข็งแรงของโครงสร้าง พื้นที่วางแผง เงาบัง ระบบไฟฟ้าเดิม และพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของลูกค้า
ตัวอย่างเช่น บ้านที่หลังคาเก่าอาจต้องเสริมโครงสร้างก่อนติดตั้ง หรือบ้านที่มีตู้ไฟเดิมไม่พร้อมอาจต้องปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องแจ้งลูกค้าก่อนตกลงราคา และระบุให้ชัดว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ
หากไม่ได้สำรวจให้ครบตั้งแต่แรก ผู้รับเหมาอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเอง หรือเกิดข้อพิพาทกับลูกค้าเมื่อเริ่มงานแล้ว
งานวิศวกรรมก็ต้องรวมไว้ในต้นทุน
ตามร่างสัญญาติดตั้ง ผู้รับเหมาต้องจัดให้มีวิศวกรที่มีใบอนุญาตตามระดับที่กำหนด เพื่อออกแบบ ตรวจสอบ และรับรองงานระบบไฟฟ้าและโครงสร้าง รวมถึงจัดทำเอกสารงานติดตั้งจริง
ดังนั้น การคิดราคาจึงไม่ควรนับเฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ และค่าแรงช่าง แต่ต้องรวมค่าดำเนินการด้านวิศวกรรมและเอกสารด้วย
อ่านเพิ่มเติม: ติดโซลาร์เซลล์ต้องขออนุญาตอะไรบ้าง?
3. เงินทุนหมุนเวียน จุดเสี่ยงที่ผู้รับเหมาโซลาร์ต้องระวังก่อนรับงานจำนวนมาก
การเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 อาจทำให้ผู้รับเหมามีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะมีเงินสดเพิ่มขึ้นทันที
ในทางปฏิบัติ ผู้รับเหมาต้องใช้เงินจัดซื้อแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ติดตั้ง จ่ายค่าแรง วิศวกรรม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก่อนที่จะได้รับเงินค่าติดตั้งครบทั้งหมด ขณะเดียวกันยังอาจต้องจัดหาหลักประกันสำหรับ Bank Guarantee (BG) ตามเงื่อนไขของสัญญา
หากรับงานมากเกินกว่าเงินทุนหมุนเวียนที่มี บริษัทอาจประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง แม้ว่างานเหล่านั้นจะมีกำไรก็ตาม
หนังสือค้ำประกัน Bank Guarantee 50,000 บาท และ 10,000 บาท คืออะไร?
หนึ่งในประเด็นที่ผู้รับเหมาต้องวางแผนล่วงหน้าคือ หนังสือค้ำประกันธนาคาร หรือ Bank Guarantee (BG)
หนังสือค้ำประกันคือเอกสารที่ธนาคารออกให้เจ้าของบ้าน เพื่อค้ำประกันว่าผู้รับเหมาจะปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญา
ตามร่างสัญญาจ้างติดตั้งของโครงการ กำหนดหนังสือค้ำประกันไว้ 2 ช่วง ดังนี้
| ช่วงงาน | วงเงิน BG ตามร่างสัญญา | วัตถุประสงค์ |
|---|---|---|
| วันทำสัญญาติดตั้ง | 50,000 บาท | ค้ำประกันการดำเนินงานตามสัญญา ประมาณ 6 เดือน |
| หลังได้รับอนุญาตเชื่อมต่อ | 10,000 บาท | ค้ำประกันงานรับประกันและบริการหลังติดตั้ง 7 ปี |
BG 50,000 บาท ต้องส่งมอบให้เจ้าของบ้านในวันลงนามสัญญาตามร่าง และมีผลคุ้มครองระหว่างการดำเนินงานจนถึงการได้รับอนุญาตเชื่อมต่อระบบ
ส่วน BG 10,000 บาท ต้องส่งมอบภายใน 15 วันนับถัดจากวันที่ได้รับอนุญาตเชื่อมต่อ เพื่อค้ำประกันการดูแลระบบในระยะยาว
เมื่อมีการส่งมอบหลักประกันใหม่แล้ว เจ้าของบ้านจึงจะคืน BG ฉบับเดิมตามเงื่อนไขของสัญญา และต้องไม่มีข้อเรียกร้องค้างอยู่
ผู้รับเหมาหนึ่งรายต้องเตรียมเงินหมุนเวียนเท่าไร?
ลองสมมติว่าผู้รับเหมารับติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในราคา 140,000 บาทต่อหลัง โดยมีตัวเลขดังนี้
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ราคาขายระบบโซลาร์เซลล์ | 140,000 บาท |
| เงินสดที่ต้องจ่ายซื้ออุปกรณ์ ค่าแรงและติดตั้ง | 100,000 บาท |
| เงินมัดจำที่ได้รับจากลูกค้า | 30,000 บาท |
| เงินทุนที่ต้องสำรองจ่ายสุทธิ | 70,000 บาท |
| เงินสดที่สมมติว่าต้องวางค้ำ BG 100% | 50,000 บาท |
| สภาพคล่องที่ต้องเตรียมต่อหลัง | 120,000 บาท |
ตัวเลขนี้เป็นสถานการณ์สมมติสำหรับการคำนวณกระแสเงินสด ไม่ใช่ราคาต้นทุนมาตรฐานของโครงการ โดยสมมติว่าผู้รับเหมาต้องจ่ายเงินติดตั้งส่วนใหญ่ก่อนรับเงินงวดถัดไป และธนาคารกำหนดให้ใช้เงินสดค้ำประกัน BG เต็มจำนวน
ดังนั้น แม้งานหนึ่งหลังจะมีมูลค่าขาย 140,000 บาท แต่ผู้รับเหมาอาจต้องมีสภาพคล่องรองรับถึง 120,000 บาทในช่วงที่งานยังไม่เสร็จหรือยังไม่ได้รับเงินครบ
หากรับงานพร้อมกัน 10–100 หลัง ต้องมีเงินทุนเท่าไร?
เมื่อจำนวนงานเพิ่มขึ้น เงินทุนที่ต้องเตรียมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย
| จำนวนงานพร้อมกัน | เงินทุนติดตั้งสุทธิ | เงินสดค้ำ BG | สภาพคล่องรวม |
|---|---|---|---|
| 10 หลัง | 700,000 | 500,000 | 1,200,000 |
| 20 หลัง | 1,400,000 | 1,000,000 | 2,400,000 |
| 50 หลัง | 3,500,000 | 2,500,000 | 6,000,000 |
| 100 หลัง | 7,000,000 | 5,000,000 | 12,000,000 |
ตัวอย่างเช่น บริษัทที่รับงาน 20 หลังพร้อมกัน อาจต้องเตรียมเงินทุนหมุนเวียนถึง 2.4 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่างานขายรวมอยู่ที่ 2.8 ล้านบาท
แต่หากธนาคารยอมรับหลักประกันประเภทที่ดินหรือจัดสรรวงเงิน BG ให้โดยไม่ต้องวางเงินสดเต็มจำนวน ภาระเงินสดอาจลดลงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังต้องมีวงเงินค้ำประกันเพียงพอและรับผิดชอบค่าธรรมเนียมตามที่ธนาคารกำหนด
ค่าเสียโอกาสของเงินทุนหมุนเวียน คิดอย่างไร?
เงินที่นำไปใช้กับงานติดตั้งหรือวางค้ำประกันกับธนาคาร มีต้นทุนทางการเงินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้หรือเงินของบริษัทเอง
หากเป็นเงินกู้ ผู้รับเหมาต้องเสียดอกเบี้ยระหว่างรอรับเงินค่าจ้าง แต่หากเป็นเงินทุนของบริษัทเอง ก็มีค่าเสียโอกาสจากการไม่สามารถนำเงินก้อนดังกล่าวไปลงทุน รับงานอื่น หรือใช้ลดภาระหนี้ได้
ตัวอย่างสมมติ ผู้รับเหมาต้องกู้เงินหมุนเวียน 70,000 บาทต่อหลัง โดยมีต้นทุนดอกเบี้ย 10% ต่อปี และใช้เงินสดของบริษัทค้ำ BG อีก 50,000 บาท ซึ่งประเมินค่าเสียโอกาสของเงินทุนที่ 8% ต่อปี
หากใช้เวลารอรับเงินและปลดหลักประกัน 60 วัน จะมีต้นทุนโดยประมาณดังนี้
-
ดอกเบี้ยเงินหมุนเวียน 70,000 บาท: ประมาณ 1,151 บาท
-
ค่าเสียโอกาสของเงินค้ำ BG 50,000 บาท: ประมาณ 658 บาท
รวมต้นทุนทางการเงินและค่าเสียโอกาสประมาณ 1,809 บาทต่อหลังหากระยะเวลายืดออกเป็น 180 วัน ต้นทุนทั้งสองส่วนจะเพิ่มเป็นประมาณ 5,425 บาทต่อหลัง โดยยังไม่รวมค่าธรรมเนียมออก BG หรือค่าใช้จ่ายธนาคารอื่น
ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า ระยะเวลารอรับเงินมีผลต่อกำไรอย่างมาก โดยเฉพาะบริษัทที่รับงานจำนวนมากและใช้เงินกู้หมุนเวียน
ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและค่าเสียโอกาสข้างต้นเป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่อัตราที่ธนาคารกำหนดสำหรับผู้รับเหมา และค่าเสียโอกาสของเงินทุนไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ธนาคารเรียกเก็บจริง
BG 10,000 บาทที่ต้องค้ำต่ออีก 7 ปี มีต้นทุนแฝงเท่าไร?
อีกประเด็นที่ผู้รับเหมาไม่ควรมองข้ามคือหนังสือค้ำประกันช่วงรับประกันและดูแลระบบหลังติดตั้ง
ตามร่างสัญญา เมื่อเข้าสู่ช่วงรับประกัน ผู้รับเหมาต้องจัดให้มี BG วงเงิน 10,000 บาทต่อหลัง เพื่อรองรับภาระตามสัญญาระยะยาว
หากธนาคารกำหนดให้ใช้เงินสดค้ำประกันเต็มจำนวน และบริษัทติดตั้งไปแล้ว 100 หลัง จะเท่ากับมีเงิน 1,000,000 บาทถูกผูกไว้กับหลักประกัน
สมมติว่าบริษัทมีต้นทุนเงินทุนหรือผลตอบแทนทางเลือก 8% ต่อปี เงินจำนวนนี้จะมีค่าเสียโอกาสคิดแบบดอกเบี้ยอย่างง่ายประมาณ 80,000 บาทต่อปี หรือ 560,000 บาทตลอด 7 ปี
นี่ไม่ใช่เงินที่บริษัทสูญเสียจริงทั้งหมด แต่เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจของการที่บริษัทไม่สามารถนำเงินก้อนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นได้
ผู้รับเหมาควรจัดการเงินทุนหมุนเวียนอย่างไร?
ก่อนรับงานจำนวนมาก บริษัทควรจัดทำประมาณการกระแสเงินสดรายสัปดาห์ เพื่อเปรียบเทียบว่าในแต่ละช่วงจะต้องจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์ จ่ายค่าแรง วางหลักประกัน และได้รับเงินค่าจ้างเมื่อใด
ควรกำหนดงวดชำระเงินให้สัมพันธ์กับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง เช่น มีเงินมัดจำก่อนสั่งซื้ออุปกรณ์ และกำหนดงวดชำระตามความคืบหน้าของงาน โดยต้องเป็นไปตามสัญญาที่ใช้กับโครงการ
พร้อมกันนี้ควรเจรจากับธนาคารเรื่องวงเงิน BG การใช้หลักประกัน และค่าธรรมเนียมล่วงหน้า รวมถึงกำหนดจำนวนงานสูงสุดที่บริษัทสามารถดำเนินการพร้อมกันได้โดยไม่กระทบสภาพคล่อง
สำหรับการวางแผนเบื้องต้น อาจกันเงินสำรองฉุกเฉินเพิ่มอีก 10–15% ของเงินสดที่คาดว่าจะต้องจ่าย เพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เกินงบหรือการรับเงินล่าช้า
สรุป: ผู้รับเหมาที่จะอยู่รอดในโครงการนี้ ไม่ใช่บริษัทที่รับงานได้มากที่สุดเสมอไป แต่เป็นบริษัทที่ควบคุมกระแสเงินสดได้ และมีเงินเพียงพอสำหรับติดตั้งงานใหม่โดยไม่กระทบภาระงานเดิม
หมายเหตุ: ตัวเลขต้นทุน เงินทุนหมุนเวียน และผลตอบแทนทางเลือกในหัวข้อนี้เป็นตัวอย่างสมมติสำหรับการวางแผนธุรกิจ ผู้รับเหมาควรตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาฉบับที่ใช้จริง อัตราดอกเบี้ย วงเงิน BG และวิธีเบิกจ่ายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจลงทุน
4. ติดตั้งเสร็จแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายต่ออีก 7 ปี
ผู้รับเหมาหลายรายอาจคุ้นเคยกับการรับประกันอุปกรณ์จากผู้ผลิต แต่โครงการนี้มีเงื่อนไขบริการเพิ่มเติมที่ต้องนำมาคิดต้นทุนด้วย
ตามคู่มือและร่างสัญญาที่ได้รับ มีภาระสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่
การรับประกันงานติดตั้ง 7 ปี ครอบคลุมความชำรุดบกพร่องจากการออกแบบและติดตั้งตามความรับผิดของผู้รับเหมา เช่น การเดินสายไฟ จุดเชื่อมต่อ โครงสร้างยึดแผง และงานติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน
ประกันอัคคีภัย 7 ปี ผู้รับเหมาต้องจัดให้มีประกันภัยสำหรับระบบโซลาร์เซลล์และดูแลให้ความคุ้มครองต่อเนื่อง โดยร่างสัญญาระบุว่าทุนประกันเริ่มต้นต้องไม่น้อยกว่ามูลค่าระบบตามสัญญา
บริการบำรุงรักษาและล้างแผง 7 ปี ต้องเข้าดูแลระบบและทำความสะอาดแผงอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยไม่เรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมจากลูกค้าตามร่างสัญญา
ภาระเหล่านี้ทำให้ผู้รับเหมามีค่าใช้จ่ายต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับเงินค่าติดตั้งครบแล้วก็ตาม
ตัวอย่างคำนวณต้นทุนบริการ 7 ปี
สมมติว่าผู้รับเหมาประมาณค่าใช้จ่ายต่อหลังไว้ดังนี้
| รายการ | ต้นทุนสมมติต่อปี |
|---|---|
| ค่าล้างแผงและเดินทาง | 1,500 บาท |
| ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย | 1,500 บาท |
| รวมต่อปี | 3,000 บาท |
หากต้นทุนเท่าเดิมทุกปี ค่าใช้จ่ายตลอด 7 ปีจะเท่ากับ 21,000 บาทต่อหลัง
หากติดตั้ง 100 หลัง จะมีภาระค่าใช้จ่ายรวม 2,100,000 บาทตลอด 7 ปี เฉพาะค่าล้างแผงและค่าเบี้ยประกันเท่านั้น
ยังไม่รวมค่าซ่อมแซม อะไหล่ทดแทน ค่าเดินทางเข้าตรวจเมื่อระบบขัดข้อง ค่าแรงบริหารงานรับประกัน และต้นทุนทางการเงิน
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสมมติฐานเพื่อให้เห็นวิธีคำนวณ ไม่ใช่ราคาค่าเบี้ยประกันหรือค่าบริการเฉลี่ยของตลาด ผู้รับเหมาควรขอใบเสนอราคาประกันภัยจริงก่อนตั้งราคาขาย
อย่ามองข้ามเงื่อนไขการเข้าซ่อม
ตามร่างสัญญา เมื่อพบปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบ ผู้รับเหมาจะต้องเข้าตรวจสอบภายใน 7 วันหลังได้รับแจ้ง และดำเนินการแก้ไขภายใน 15 วันหลังเข้าตรวจสอบ
กรณีมีอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สิน ต้องดำเนินการป้องกันหรือแก้ไขโดยเร่งด่วน
ดังนั้น บริษัทที่รับติดตั้งหลายจังหวัดจึงต้องวางแผนทีมบริการและต้นทุนการเดินทางให้เพียงพอด้วย
5. รับงานล่าช้า เสี่ยงค่าปรับและข้อเรียกร้องอะไรบ้าง?
นอกจากต้นทุน ผู้รับเหมายังต้องบริหารเวลาให้เป็นไปตามสัญญาและกำหนดของโครงการ
ตามร่างสัญญา หากผู้รับเหมาทำงานล่าช้าจากเหตุที่ตนต้องรับผิด อาจมีค่าปรับรายวันในอัตรา 0.1% ของมูลค่าสัญญา
ตัวอย่างงานติดตั้งมูลค่า 140,000 บาท ค่าปรับจะเท่ากับ 140 บาทต่อวัน หากล่าช้า 10 วัน จะเท่ากับ 1,400 บาท ทั้งนี้ ต้องพิจารณาเหตุล่าช้าและเงื่อนไขขยายเวลาตามสัญญาด้วย
ความเสี่ยงที่สำคัญกว่า คือกรณีความผิดของผู้รับเหมาเป็นเหตุโดยตรงให้เจ้าของบ้านไม่ได้รับเงินสนับสนุนตามสิทธิ
ร่างสัญญาระบุถึงสิทธิเรียกร้องภายใต้ BG วงเงิน 50,000 บาทในกรณีดังกล่าว แต่การเรียกร้องจะต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและเงื่อนไขของสัญญา ไม่ใช่ล่าช้าแล้วถูกเรียกเงินเต็มจำนวนโดยอัตโนมัติ
กำหนดเวลาของโครงการที่ต้องติดตาม
โครงการเริ่มเปิดลงทะเบียนวันที่ 27 ตุลาคม 2569 และกำหนดปิดลงทะเบียนวันที่ 31 มกราคม 2570 หรือเมื่อครบวงเงินที่อนุมัติ
ผู้เข้าร่วมต้องยื่นคำขอเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2570 และได้รับการเชื่อมต่อสำเร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2570
ผู้รับเหมาจึงควรเผื่อเวลาสำหรับการตรวจหน้างาน เตรียมเอกสาร แก้ไขแบบ และตรวจสอบระบบก่อนเชื่อมต่อจริง
การติดตั้งเสร็จไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย เพราะยังต้องดำเนินการเชื่อมต่อให้สำเร็จตามหลักเกณฑ์ด้วย
6. ผู้รับเหมาต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มรับงาน?
เพื่อให้รับงานได้อย่างมีระบบ แนะนำให้เตรียมความพร้อมตามลำดับต่อไปนี้
-
ตรวจสอบทะเบียนบริษัทและสิทธิของลูกค้า ตรวจรายชื่อผู้ติดตั้งที่ขึ้นทะเบียนกับ PEA หรือ MEA พร้อมตรวจชื่อเจ้าของมิเตอร์ ประเภทผู้ใช้ไฟฟ้า และคุณสมบัติของลูกค้า
-
สำรวจหน้างานและออกแบบระบบ ตรวจหลังคา โครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และพฤติกรรมการใช้ไฟ พร้อมจัดวิศวกรและเอกสารทางเทคนิคตามข้อกำหนด
-
คำนวณต้นทุนและจัดทำสัญญา รวมค่าอุปกรณ์ ค่าแรง วิศวกรรม ภาษี เอกสาร ค่าธรรมเนียมธนาคาร ประกันภัย และบริการหลังการขาย พร้อมตรวจสัญญามาตรฐานฉบับที่ใช้จริง >> Download สัญญามาตรฐานการไฟฟ้า
-
ติดตั้ง ทดสอบ และยื่นขอเชื่อมต่อ ตรวจคุณภาพงาน บันทึกข้อมูลอุปกรณ์ เก็บภาพถ่ายการติดตั้ง และเตรียมเอกสารให้ครบตามกำหนดของการไฟฟ้า
-
ส่งมอบงานและตั้งระบบบริการลูกค้า ส่งมอบแบบติดตั้งจริง คู่มือ เอกสารรับประกัน กรมธรรม์ และสิทธิใช้งานแอปติดตามผลผลิต พร้อมบันทึกวันเริ่มรับประกัน นัดบริการ และวันครบกำหนดของ BG
บริษัทที่มีระบบติดตามงานหลังติดตั้งจะสามารถควบคุมทั้งคุณภาพบริการ ต้นทุน และความเสี่ยงได้ดีกว่าการจัดการเป็นรายงานโดยไม่มีข้อมูลกลาง
คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้รับเหมาโซลาร์ภาคประชาชน
ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้า รับงานในโครงการได้หรือไม่?
ควรตรวจสอบเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนและขอบเขตการรับงานกับการไฟฟ้าโดยตรงก่อนทำสัญญากับลูกค้า การจ้างช่วงงานโดยผู้ประกอบการรายอื่นก็ต้องพิจารณาเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรถือว่าสามารถรับงานได้โดยอัตโนมัติ
BG 50,000 บาท คือเงินที่ผู้รับเหมาจะเสียไปทั้งหมดหรือไม่?
ไม่ใช่ BG เป็นวงเงินค้ำประกัน ส่วนต้นทุนจริงจะประกอบด้วยค่าธรรมเนียมธนาคาร ต้นทุนเงินหรือทรัพย์สินที่ใช้ค้ำ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ผู้รับเหมาจึงต้องขอเงื่อนไขจริงจากธนาคาร
การรับประกัน 7 ปี เหมือนกับการรับประกันแผงและอินเวอร์เตอร์หรือไม่?
ไม่เหมือนกัน การรับประกันงานติดตั้งเป็นความรับผิดชอบของผู้รับเหมาตามสัญญา ส่วนการรับประกันสินค้า เช่น แผงและอินเวอร์เตอร์ เป็นไปตามเงื่อนไขของผู้ผลิต ต้องแยกขอบเขตและผู้รับผิดชอบให้ชัดเจน
ได้รับเงินสนับสนุน 50,000 บาทแล้ว ผู้รับเหมาจะได้รับเงินส่วนนี้ทันทีหรือไม่?
เงินสนับสนุนเป็นสิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านเงื่อนไข ไม่ใช่รายได้ของผู้รับเหมาโดยอัตโนมัติ ผู้รับเหมาต้องตรวจวิธีการเบิกจ่ายและตกลงงวดชำระกับลูกค้าหรือสถาบันการเงินให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน
สรุป: รับงานโซลาร์ภาคประชาชน ต้องคิดให้ครบทั้งงานติดตั้งและบริการหลังการขาย
โครงการโซลาร์ภาคประชาชน 2569 เป็นโอกาสของธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ แต่การรับงานจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเสมอไป
ผู้รับเหมาที่วางแผนได้ดีควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านทะเบียนบริษัท วิศวกรรม เงินทุนหมุนเวียน หนังสือค้ำประกัน ประกันภัย และทีมบริการหลังการขาย
โดยเฉพาะต้นทุนที่ต้องจ่ายในอนาคต ไม่ควรนำกำไรจากการติดตั้งทั้งหมดไปใช้จนไม่มีเงินเหลือรองรับภาระรับประกัน
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่รับงานได้กี่หลัง แต่ต้องติดตั้งให้เสร็จ ส่งมอบให้ถูกต้อง และดูแลลูกค้าได้ตลอดระยะเวลาตามสัญญา
สำหรับเจ้าของบ้านที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ โซลาร์ภาคประชาชน 50,000 บาท เช็กคุณสมบัติและวิธีลงทะเบียน หรือสอบถามคุ้มไว Solar โทร. 066-141-7892
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- PEA ประกาศเปิดลงทะเบียนโครงการโซลาร์ภาคประชาชน 26 ตุลาคม 2569
- เว็บไซต์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน PEA
- เว็บไซต์โครงการโซลาร์ภาคประชาชน MEA
- คู่มือมาตรฐานโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เล่มที่ 1 ฉบับวันที่ 27 ตุลาคม 2569 (เอกสารร่าง)
- ร่างสัญญาจ้างติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
หมายเหตุ: ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนทั้งหมดเป็นสมมติฐานเพื่อประกอบการวางแผนธุรกิจ ไม่ใช่ราคากลางหรือข้อเสนอจากธนาคารและบริษัทประกันภัย
