Net Metering คืออะไร? ไทยปี 2569 ใช้ Net Billing แบบไหน

Net Metering คืออะไร และประเทศไทยปี 2569 ใช้ระบบ Net Billing

คำตอบสั้น ๆ: Net Metering คือการนำหน่วยไฟที่บ้านส่งเข้าระบบมาหักลบกับหน่วยไฟที่ซื้อกลับมา แต่โครงการสำหรับบ้านในประเทศไทยที่เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ใช้หลัก Net Billing คือ บ้านใช้ไฟจากโซลาร์ก่อน แล้วการไฟฟ้ารับซื้อเฉพาะไฟส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย แยกจากค่าไฟที่บ้านซื้อจากระบบ

ตรวจสอบล่าสุด 9 สิงหาคม 2569: โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนสำหรับบ้านอยู่อาศัยเปิดรับคำขอแล้ว กำลังไฟเสนอขายไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อราย อัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลา 10 ปี และมีเป้าหมายรับซื้อรวม PEA และ MEA ไม่เกิน 500 MW ทั้งนี้ ผู้สมัครยังต้องผ่านการพิจารณาเอกสาร ความพร้อมของระบบไฟฟ้า การทำสัญญาและการตรวจเชื่อมต่อ จึงไม่ใช่การขายไฟได้อัตโนมัติทันทีที่ติดแผง

คำว่า Net Metering กับ Net Billing มักถูกเรียกรวมกันว่า “ขายไฟคืน” จนทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจว่าหน่วยไฟที่ส่งออกมีมูลค่าเท่ากับหน่วยไฟที่ซื้อกลับ ความจริงสองระบบนี้คิดมูลค่าต่างกัน และความต่างนี้มีผลโดยตรงต่อการเลือกขนาดโซลาร์ การประเมินความคุ้มค่า และการตัดสินใจว่าจะติดแบตเตอรี่หรือไม่

Net Metering คืออะไร และคิดหน่วยไฟแบบไหน

แผนภาพ Net Metering คำนวณหน่วยไฟซื้อเข้าลบไฟส่งออกเป็นหน่วยไฟสุทธิ

Net Metering แปลตามหลักการว่า “การวัดหน่วยไฟสุทธิ” ระบบจะบันทึกไฟฟ้าที่ผู้ใช้ซื้อจากโครงข่ายและไฟฟ้าที่ส่งกลับเข้าสู่โครงข่าย แล้วนำมาหักลบกันตามกติกาของแต่ละประเทศหรือแต่ละโครงการ

ตัวอย่างเชิงแนวคิด หากบ้านซื้อไฟจากระบบ 500 หน่วย และส่งไฟโซลาร์ส่วนเกินกลับ 100 หน่วย ระบบ Net Metering แบบหักหน่วยหนึ่งต่อหนึ่งอาจคิดยอดสุทธิ 400 หน่วย อย่างไรก็ตาม กติกาจริงอาจกำหนดรอบสะสม วันหมดอายุเครดิต หรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมแตกต่างกันได้ จึงไม่ควรนำโมเดลของต่างประเทศมาใช้คำนวณผลตอบแทนในประเทศไทยโดยตรง

ประเด็นสำคัญคือ ประเทศไทยยังไม่ได้ใช้ Net Metering แบบหักหน่วยหนึ่งต่อหนึ่งกับโครงการบ้านอยู่อาศัยปัจจุบัน การส่งไฟออกและการซื้อไฟกลับถูกคิดคนละส่วนตามหลัก Net Billing

Net Metering กับ Net Billing ต่างกันอย่างไร

เปรียบเทียบ Net Metering แบบหักหน่วยไฟกับ Net Billing แบบซื้อขายแยกอัตรา
หัวข้อ Net Metering Net Billing ที่ใช้ในไทย
หลักการคิด นำหน่วยไฟส่งออกมาหักกับหน่วยไฟนำเข้า ตามกติกาโครงการ ซื้อไฟและขายไฟแยกกันคนละอัตรา
ไฟที่ใช้ทันทีในบ้าน ลดการซื้อไฟจากโครงข่าย ลดการซื้อไฟจากโครงข่ายเช่นกัน
ไฟส่วนเกิน ได้รับเครดิตหน่วยไฟตามเงื่อนไข ขายให้การไฟฟ้าที่อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วยในโครงการปี 2569
สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ กติกาการสะสมและหักเครดิต ออกแบบระบบให้ใช้ไฟกลางวันเองได้มากก่อนพึ่งรายได้จากการขาย

เหตุผลที่ควรแยกสองคำนี้ให้ชัด คือ มูลค่าของไฟที่ใช้เองมักสัมพันธ์กับค่าไฟที่ไม่ต้องซื้อ ขณะที่ไฟส่วนเกินถูกขายตามอัตรารับซื้อของโครงการ ดังนั้นการใช้ไฟโซลาร์ภายในบ้านให้มากในเวลาที่ผลิตได้ มักมีผลต่อความคุ้มค่ามากกว่าการติดแผงเกินโหลดเพื่อหวังขายไฟเพียงอย่างเดียว

ประเทศไทยปี 2569 ขายไฟโซลาร์ได้ในเงื่อนไขใด

เงื่อนไขขายไฟโซลาร์ปี 2569 อัตรา 2.20 บาท สูงสุด 5 kW รับซื้อ 10 ปี

โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาสำหรับภาคประชาชนประเภทบ้านอยู่อาศัย เปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญที่ประกาศไว้ดังนี้

  • ผู้สมัครเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 1 หรือบ้านอยู่อาศัยตามหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้า
  • กำลังไฟฟ้าเสนอขายไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าหรือต่อราย
  • รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินในอัตรา 2.20 บาทต่อ kWh
  • ระยะเวลารับซื้อไฟฟ้า 10 ปี
  • เป้าหมายรับซื้อรวมของ PEA และ MEA ไม่เกิน 500 MW และมีกำหนดจ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2570
  • พื้นที่ PEA ยื่นผ่านระบบ PPIM ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการยื่นผ่าน MyEnergy ของ MEA

การเปิดรับคำขอไม่ได้แปลว่าทุกระบบจะผ่านโดยอัตโนมัติ ผู้สมัครต้องตรวจชื่อเจ้าของมิเตอร์ ประเภทผู้ใช้ไฟ แบบระบบ รุ่นและการตั้งค่าอินเวอร์เตอร์ อุปกรณ์ป้องกัน เอกสารทางวิศวกรรม และ Capacity ของระบบจำหน่ายในพื้นที่ รวมถึงต้องผ่านขั้นตอนทำสัญญาและตรวจเชื่อมต่อก่อนเริ่มขายไฟ

หากต้องการรายละเอียดเอกสารและขั้นตอนแบบทีละขั้น อ่านต่อที่ คู่มือขายไฟโซลาร์ 2.20 บาท ปี 2569 และตรวจสถานะล่าสุดกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่นทุกครั้ง

ตัวอย่างคำนวณ Net Billing แบบไม่ทำให้เข้าใจผิด

ตัวอย่าง Net Billing ผลิต 600 หน่วย ใช้เอง 420 หน่วย และขาย 180 หน่วย

สมมติบ้านหนึ่งผลิตไฟจากโซลาร์ได้ 600 หน่วยต่อเดือน ใช้ไฟที่ผลิตได้ทันทีภายในบ้าน 420 หน่วย และเหลือส่งเข้าระบบ 180 หน่วย

  • ไฟที่ใช้เอง 420 หน่วย: ช่วยลดการซื้อไฟจากระบบ มูลค่าที่ลดได้จริงขึ้นกับอัตราค่าไฟ ช่วงเวลาการใช้ไฟ และองค์ประกอบในบิลของบ้านนั้น
  • ไฟส่วนเกิน 180 หน่วย: หากระบบผ่านโครงการและวัดหน่วยขายได้ครบ จะมีมูลค่า 180 × 2.20 = 396 บาท ตามอัตรารับซื้อปัจจุบัน

ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายวิธีคิด ไม่ใช่การรับประกันรายได้ เพราะการผลิตไฟจริงเปลี่ยนตามขนาดระบบ ทิศทางและความลาดเอียงหลังคา เงาบัง สภาพอากาศ การสูญเสียของระบบ และพฤติกรรมใช้ไฟ ส่วนรอบชำระเงินต้องเป็นไปตามสัญญาของการไฟฟ้า

ถ้าบ้านใช้ไฟกลางวันน้อย ไม่ควรรีบเพิ่มจำนวนแผงเพียงเพราะขายไฟได้ ควรเปรียบเทียบอย่างน้อยสามทางเลือก ได้แก่ ปรับเวลาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ามาอยู่ช่วงกลางวัน เลือกขนาดระบบให้สอดคล้องกับโหลด หรือประเมินแบตเตอรี่เมื่อมีเหตุผลด้านไฟสำรองและการใช้ไฟกลางคืน โดยคำนวณต้นทุนเพิ่มแยกจากรายได้ขายไฟ

บ้านที่ติดโซลาร์แล้วต้องตรวจอะไร ก่อนสมัครขายไฟ

ช่างตรวจมิเตอร์ แบบระบบ อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ป้องกันก่อนสมัครขายไฟ

ระบบที่ติดตั้งไปแล้วอาจยื่นเข้าร่วมได้ แต่ไม่ควรสรุปว่าผ่านแน่นอนจากขนาดแผงเพียงอย่างเดียว ควรตรวจรายการต่อไปนี้ก่อน

  1. ข้อมูลผู้ใช้ไฟ: ชื่อผู้ยื่น เลขผู้ใช้ไฟหรือ CA และชื่อเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าต้องสอดคล้องกับเอกสาร
  2. แบบระบบ: ตรวจ Single Line Diagram ขนาดสาย เบรกเกอร์ ระบบกราวด์ อุปกรณ์ป้องกัน และจุดเชื่อมต่อจริง
  3. อินเวอร์เตอร์: ตรวจยี่ห้อ รุ่น Firmware และฟังก์ชันควบคุมให้ตรงกับข้อกำหนดล่าสุดของ PEA หรือ MEA ไม่ใช่ดูเพียงคำว่า On-Grid บนโบรชัวร์
  4. ขนาดเสนอขาย: แม้ขนาดแผงหรืออินเวอร์เตอร์จะมากกว่า 5 kW ได้ในบางรูปแบบ แต่กำลังเสนอขายในโครงการถูกจำกัดไม่เกิน 5 kW AC และอาจต้องมีอุปกรณ์จำกัดการส่งออกตามข้อกำหนด
  5. เอกสารเดิม: ตรวจใบอนุญาตหรือหนังสืออนุมัติเดิม รายงาน Commissioning รูปถ่ายหน้างาน Datasheet และหลักฐานผู้ติดตั้ง

MEA ระบุว่า กรณีติดตั้งอินเวอร์เตอร์รวมมากกว่า 5 kW ต้องมีอุปกรณ์ควบคุมการจ่ายไฟไหลย้อนเข้าสู่ระบบ หรือ Export Limiting Device (EXL) ส่วนเงื่อนไข PEA ให้ยึดรายละเอียดโครงการและผลพิจารณาของหน่วยงานในพื้นที่ หากระบบมีแบตเตอรี่ PEA ระบุว่าไม่ได้ห้าม BESS แต่ต้องติดตั้งและใช้งานให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา

อ่านเพิ่มเติมเรื่อง ขั้นตอนขออนุญาตติดตั้งโซลาร์เซลล์ และ ระบบกันย้อนหรือ Zero Export ก่อนเลือกอุปกรณ์หรือแก้แบบระบบเดิม

ข้อเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Net Metering และการขายไฟคืน

ข้อเข้าใจผิดเรื่อง Net Metering การหักหน่วย การขายไฟ และแบตเตอรี่

ส่งไฟออกแล้วหักค่าไฟได้เต็มหน่วย

ไม่ใช่สำหรับโครงการบ้านอยู่อาศัยปัจจุบันในไทย ระบบเป็น Net Billing หน่วยไฟที่ขายถูกคิดที่อัตรารับซื้อ 2.20 บาท ขณะที่ไฟที่ซื้อใช้ถูกคิดตามอัตราค่าไฟของผู้ใช้ไฟ

ติดแผงแล้วขายไฟได้ทันที

ไม่ได้ ต้องสมัคร ผ่านการพิจารณา ทำสัญญา ตรวจระบบ และดำเนินการเชื่อมต่อให้ครบ การยื่นคำขอก่อนไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะผ่านทุกขั้นตอน

ระบบ 10 kW จะขายไฟได้ 10 kW

ไม่ใช่ โครงการกำหนดกำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ การออกแบบระบบที่ใหญ่กว่านั้นต้องคำนึงถึงโหลดใช้เองและระบบจำกัดการส่งออกตามข้อกำหนด

มีแบตเตอรี่แล้วไม่ต้องขออนุญาต

ไม่ถูกต้อง แบตเตอรี่ไม่ได้ยกเว้นข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่าย หากระบบทำงานร่วมกับไฟการไฟฟ้า ต้องตรวจแบบ โหมดทำงาน อุปกรณ์ป้องกัน และเงื่อนไขของการไฟฟ้าในพื้นที่

คำถามที่พบบ่อย

คำถามก่อนสมัครขายไฟเรื่องระบบเกิน 5 kW แบตเตอรี่ และระบบเดิม

ประเทศไทยมี Net Metering สำหรับบ้านแล้วหรือยัง

โครงการที่เปิดรับในปี 2569 ใช้หลัก Net Billing ไม่ใช่การหักหน่วยไฟแบบหนึ่งต่อหนึ่ง บ้านใช้ไฟโซลาร์เองก่อน และขายเฉพาะส่วนเกินในอัตราที่โครงการกำหนด

บ้านสมัครขายไฟ 2.20 บาทได้ทุกหลังหรือไม่

ไม่อัตโนมัติ ต้องเป็นผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยตามเงื่อนไข มีเอกสารและอุปกรณ์ครบ ผ่านการพิจารณา Capacity ทำสัญญา และตรวจเชื่อมต่อกับ PEA หรือ MEA

ติดโซลาร์เกิน 5 kW ได้หรือไม่

ขนาดผลิตใช้เองและขนาดเสนอขายเป็นคนละเรื่อง โครงการจำกัดกำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ ระบบที่ใหญ่กว่าต้องตรวจอุปกรณ์จำกัดการส่งออกและข้อกำหนดของการไฟฟ้าเป็นกรณีไป

ระบบ Hybrid หรือมีแบตเตอรี่สมัครขายไฟได้หรือไม่

PEA ระบุว่าไม่ได้ห้ามติดตั้ง BESS ร่วมกับโครงการ แต่ระบบต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา จึงต้องตรวจรุ่นอุปกรณ์ แบบระบบ และโหมดสำรองไฟก่อนยื่น

ติดโซลาร์ไปแล้ว สมัครย้อนหลังได้หรือไม่

อาจยื่นได้หากระบบและเอกสารเป็นไปตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน แต่ต้องตรวจรุ่นและ Firmware อินเวอร์เตอร์ ระบบป้องกัน Single Line และประวัติการอนุญาตเดิมก่อน

ถ้าไม่ขายไฟ ต้องติด Zero Export เสมอหรือไม่

ขึ้นกับรูปแบบระบบและเงื่อนไขอนุญาตของการไฟฟ้า Zero Export เป็นวิธีควบคุมไม่ให้ไฟไหลย้อน แต่ไม่ได้ใช้แทนขั้นตอนขอเชื่อมต่อหรือข้อกำหนดความปลอดภัยโดยอัตโนมัติ

สมัครขายไฟผ่านช่องทางไหน

พื้นที่ PEA สมัครผ่านระบบ PPIM ส่วนกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการสมัครผ่าน MyEnergy ของ MEA ควรตรวจสถานะและเอกสารล่าสุดจากระบบทางการก่อนยื่น

สรุป: ออกแบบให้ใช้ไฟเองคุ้มก่อน แล้วจึงวางแผนขายส่วนเกิน

แนวทางใช้ไฟโซลาร์เองก่อนขายส่วนเกินโดยดูบิล โหลดกลางวัน และขนาดระบบ

Net Metering และ Net Billing ไม่ใช่คำเดียวกัน สำหรับประเทศไทยปี 2569 บ้านอยู่อาศัยสามารถสมัครขายไฟส่วนเกินผ่านระบบ Net Billing ที่อัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย สูงสุด 5 kW AC และระยะเวลา 10 ปี แต่ต้องผ่านเงื่อนไขและขั้นตอนของ PEA หรือ MEA ก่อน

แนวทางที่เหมาะสมคือออกแบบขนาดโซลาร์จากบิลค่าไฟและโหลดกลางวันจริง ไม่เพิ่มแผงเพื่อหวังรายได้ขายไฟอย่างเดียว และตรวจแบบระบบกับผู้ติดตั้งที่รับผิดชอบงานยื่นการไฟฟ้าและ Commissioning ได้ครบ หากต้องการประเมินเบื้องต้น ควรเตรียมบิลค่าไฟ รูปมิเตอร์ ระบุไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส รูปหลังคา และช่วงเวลาที่ใช้ไฟมาก

แหล่งข้อมูลทางการ

แหล่งข้อมูลทางการสำหรับ Net Billing จากสำนักงาน กกพ. PEA และ MEA

หมายเหตุ: หลักเกณฑ์ โควตา ขั้นตอน เอกสาร รุ่นอุปกรณ์ที่ยอมรับ และสถานะรับคำขออาจเปลี่ยนได้ ควรตรวจเว็บไซต์ของ PEA, MEA และสำนักงาน กกพ. อีกครั้งในวันที่ยื่นจริง

ให้ "คุ้มไว SOLAR" ช่วยประเมินระบบที่เหมาะกับหน้างานของคุณ

บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สำหรับบ้านและธุรกิจ พร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ สอบถามเราสิครับ

โทรเลย 0661417892 Add Line: @kwSolar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า