คำตอบสั้น ๆ: บ้านอยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไขสามารถยื่นขายไฟโซลาร์ส่วนเกินให้ PEA หรือ MEA ได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และเสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าการไฟฟ้าจะซื้อไฟทั้งหมดที่แผงผลิต หรือว่าทุกคำขอจะผ่านโดยอัตโนมัติ
โครงการนี้เป็นระบบ Net Billing คือไฟจากหลังคาจะจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก่อน ส่วนที่ผลิตเกินและไหลออกสู่โครงข่ายจึงถูกนับเพื่อขาย การออกแบบระบบจึงควรเริ่มจากพฤติกรรมใช้ไฟกลางวัน ไม่ใช่เริ่มจากคำถามว่า “ติดให้ใหญ่ที่สุดเพื่อขายไฟได้ไหม”
- รับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาทต่อ kWh
- ระยะเวลาตามสัญญา 10 ปี
- เสนอขายไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์
- เป้าหมายรวม PEA และ MEA ไม่เกิน 500 MW (AC) ในปี 2569–2570
- PEA สมัครผ่าน PPIM และ MEA สมัครผ่าน MyEnergy
เงื่อนไขขายไฟโซลาร์ 2.20 บาท ปี 2569 มีอะไรบ้าง
โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนปี 2569 เปิดสำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ผลิตไฟใช้เองเป็นหลัก แล้วขายส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ ตามข้อมูลทางการจาก PEA PPIM และ MEA MyEnergy เงื่อนไขสำคัญคือ 2.20 บาทต่อหน่วย รับซื้อ 10 ปี และเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์
| หัวข้อ | เงื่อนไขหลัก |
|---|---|
| ผู้สมัคร | ผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และเป็นเจ้าของมิเตอร์ |
| ไฟที่รับซื้อ | ไฟส่วนเกินหลังจากใช้ภายในบ้าน |
| ราคา | 2.20 บาทต่อ kWh |
| เพดานเสนอขาย | ไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์/ราย |
| ระยะเวลา | 10 ปีตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า |
คำว่า “เปิดรับ” ยังไม่เท่ากับ “ได้รับสิทธิ์แล้ว” เพราะการไฟฟ้าต้องตรวจเอกสาร ความสามารถของระบบโครงข่าย อุปกรณ์ แบบไฟฟ้า และระบบจริงก่อน ผู้สมัครจึงไม่ควรซื้ออุปกรณ์เพิ่มจากการคาดเดาว่าจะผ่านแน่นอน
2.20 บาทคิดอย่างไร และ Net Billing ต่างจากหักหน่วยค่าไฟอย่างไร
สมมติขณะหนึ่งโซลาร์ผลิตได้ 4 kW และบ้านใช้ไฟอยู่ 2.5 kW ไฟประมาณ 2.5 kW จะถูกใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือประมาณ 1.5 kW จึงมีโอกาสไหลออกสู่ระบบและถูกนับเป็นไฟขาย ทั้งนี้ตัวเลขจริงเปลี่ยนตลอดเวลาตามแดดและโหลดในบ้าน
Net Billing ไม่ใช่การนำหนึ่งหน่วยที่ขายไปหักกับหนึ่งหน่วยที่ซื้อจากการไฟฟ้าแบบตรงตัว ค่าไฟที่หลีกเลี่ยงได้จากการใช้โซลาร์ทันทีคิดตามอัตราที่บ้านไม่ต้องซื้อในขณะนั้น ส่วนไฟส่วนเกินคิดรายรับที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ด้วยเหตุนี้ การใช้ไฟโซลาร์เองในบ้านมักเป็นประโยชน์หลัก ส่วนรายได้จากการขายเป็นประโยชน์เสริม
ใครสมัครได้ และคำว่าเสนอขายไม่เกิน 5 kW หมายถึงอะไร
ผู้สมัครหลักคือผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ชื่อผู้สมัคร สถานที่ติดตั้ง และข้อมูลผู้ใช้ไฟจึงควรตรงกับบิลล่าสุด หากชื่อหรือที่อยู่ยังไม่ถูกต้อง ควรแก้ข้อมูลกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่น
เพดาน 5 kW หมายถึง กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายฝั่ง AC ไม่ใช่การบังคับว่าต้องติดแผงรวมได้แค่ 5 kWp เท่านั้น PEA ยืนยันใน Q&A ทางการ ว่าสามารถติดระบบมากกว่า 5 kW เพื่อใช้เองได้ แต่กำลังเสนอขายยังไม่เกิน 5 kW AC ต่อราย
ติดอินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW ได้ไหม
ต้องแยกตามพื้นที่และแบบระบบ สำหรับ MEA หน้าโครงการปี 2569 ระบุว่าอินเวอร์เตอร์รวมมากกว่า 5 kW ต้องมี Export Limiting Device (EXL) เพื่อควบคุมการไหลย้อน และทั้งยี่ห้อ รุ่น รวมถึง Firmware ของอินเวอร์เตอร์ต้องอยู่ในรายการที่ MEA ยอมรับ ส่วนพื้นที่ PEA ต้องตรวจรายชื่อผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดการเชื่อมต่อของ PEA ก่อนออกแบบ
มีแบตเตอรี่ได้หรือไม่
PEA ระบุว่าโครงการไม่ได้ห้ามติด Battery Energy Storage System (BESS) ร่วมกับโซลาร์ แต่การติดตั้งและใช้งานต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา อย่าซื้อแบตเตอรี่เพียงเพื่อชาร์จแล้วขายไฟ เพราะยังมีต้นทุนแบตเตอรี่ การสูญเสียระหว่างชาร์จ/คาย และเงื่อนไขควบคุมพลังงานที่ต้องพิจารณา
PEA กับ MEA สมัครที่ไหน และข้อกำหนดต่างกันอย่างไร
- พื้นที่ PEA: จังหวัดนอกเขต MEA ยื่นผ่าน ระบบ PPIM
- พื้นที่ MEA: กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นผ่าน ระบบ MyEnergy
เงื่อนไขแกนกลางเหมือนกันคือบ้านอยู่อาศัย ใช้เองก่อน ขายส่วนเกิน 2.20 บาท สูงสุด 5 kW AC และรับซื้อ 10 ปี แต่รายละเอียดเอกสาร อุปกรณ์ ขั้นตอน และค่าบริการไม่ควรนำมาปะปนกัน ตัวอย่างเช่น PEA แสดงค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อ 2,000 บาทบวก VAT รวม 2,140 บาทใน PPIM ขณะที่ผู้สมัคร MEA ควรตรวจค่าบริการจาก MyEnergy ตามประเภทคำขอ ณ วันที่ยื่น
รัฐบาลยืนยันช่องทางออนไลน์ทั้งสองระบบเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ผ่าน ข่าวรัฐบาลไทย หากมีผู้รับดำเนินการแทน ควรตรวจว่าบัญชีผู้ยื่น เอกสารมอบอำนาจ และอีเมลติดตามสถานะเป็นข้อมูลที่เจ้าของบ้านเข้าถึงได้จริง
สมัครขายไฟต้องเตรียมเอกสารอะไร
รายการจริงต่างกันตาม PEA/MEA และลักษณะระบบ แต่เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลแกนกลางต่อไปนี้ไว้ก่อน
- บิลค่าไฟล่าสุดที่ชื่อ ที่อยู่ และประเภทผู้ใช้ไฟตรงกับผู้สมัคร โดย PEA แนะนำให้เป็นบิลไม่เกิน 3 เดือน
- สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของมิเตอร์ และหนังสือมอบอำนาจเมื่อให้ผู้อื่นยื่นแทน
- แบบ Single Line Diagram ที่แสดงการต่ออุปกรณ์และมีวิศวกรไฟฟ้ารับรองตามเกณฑ์
- Datasheet ของแผง อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ควบคุมที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานรุ่นและ Firmware ของอินเวอร์เตอร์ตามรายการที่การไฟฟ้ายอมรับ
- รูปสถานที่ติดตั้ง รูปมิเตอร์ และเอกสารบัญชีธนาคารตามที่ระบบขอ
จุดที่ทำให้คำขอช้าบ่อยไม่ใช่เรื่องแผง แต่เป็นข้อมูลไม่ตรงกัน แบบไฟฟ้าไม่ตรงหน้างาน รุ่นอุปกรณ์ไม่อยู่ในรายการ หรือไฟล์เอกสารไม่ครบ ก่อนยื่นจึงควรให้ผู้ติดตั้งทำรายการเอกสารตามระบบจริง ไม่ใช่ใช้ชุดเอกสารสำเร็จรูปของบ้านอื่น
หากต้องการเห็นภาพงานอนุญาตทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ ขั้นตอนขออนุญาตติดโซลาร์และขนานไฟ
ขั้นตอนจากยื่นคำขอจนเริ่มขายไฟ
- สมัครบัญชีและยื่นคำขอ: กรอกข้อมูลผู้ใช้ไฟ สถานที่ ระบบ และอัปโหลดเอกสารใน PPIM หรือ MyEnergy
- ตรวจเอกสารและ Capacity: การไฟฟ้าตรวจความครบถ้วนและความสามารถของโครงข่ายในพื้นที่
- ประกาศผลและทำสัญญา: PEA ใช้หลัก First Come, First Served และระบุประกาศผลภายใน 30 วันนับถัดจากวันยื่น ผู้ผ่านต้องทำสัญญาภายในกำหนด
- ติดตั้งให้ตรงแบบ: อุปกรณ์ การตั้งค่า ระบบป้องกัน และ Export Limit ต้องตรงกับแบบที่ยื่น
- ตรวจระบบและเปลี่ยนมิเตอร์: การไฟฟ้าตรวจหน้างาน ทดสอบการเชื่อมต่อครั้งแรก และดำเนินการด้านมิเตอร์
- เริ่ม COD: เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์เมื่อผ่านขั้นตอนและอยู่ภายในวัน SCOD ตามสัญญา
ขายไฟได้เดือนละเท่าไร และควรออกแบบระบบอย่างไร
สูตรเบื้องต้นคือ หน่วยไฟส่วนเกินที่มิเตอร์รับซื้อวัดได้ × 2.20 บาท
| ไฟส่วนเกินต่อเดือน | ตัวอย่างรายรับ |
|---|---|
| 100 kWh | 220 บาท |
| 300 kWh | 660 บาท |
| 500 kWh | 1,100 บาท |
ตัวอย่างนี้ไม่ใช่การรับประกันรายได้ ปริมาณไฟส่วนเกินขึ้นอยู่กับแดด เงาบัง ทิศหลังคา ขนาดระบบ ประสิทธิภาพอุปกรณ์ และโดยเฉพาะการใช้ไฟกลางวัน บ้านค่าไฟ 5,000 บาทเท่ากันอาจขายไฟไม่เท่ากันเลย ถ้าบ้านหนึ่งเปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน หรือชาร์จ EV ตอนกลางวัน แต่อีกบ้านไม่มีคนอยู่และใช้ไฟหนักหลังพระอาทิตย์ตก
ก่อนเลือก 5 kW หรือ 10 kW ควรดูบิลอย่างน้อย 12 เดือน รูปมิเตอร์ ระบบ 1 เฟส/3 เฟส โหลดกลางวัน พื้นที่หลังคา และแผนซื้อ EV หรือแบตเตอรี่ แล้วแยกผลประโยชน์เป็นสองส่วน: ค่าไฟที่ไม่ต้องซื้อเพราะใช้โซลาร์ทันที กับรายรับจากไฟส่วนเกิน อย่าเอาทั้งสองส่วนมารวมเป็น “ยอดประหยัดแน่นอน”
FAQ ขายไฟโซลาร์ 2.20 บาท
ตอนนี้บ้านสมัครขายไฟโซลาร์ 2.20 บาทได้หรือยัง
สมัครได้ผ่าน PPIM สำหรับพื้นที่ PEA และ MyEnergy สำหรับพื้นที่ MEA ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 แต่ต้องผ่านการพิจารณาเอกสาร Capacity สัญญา การตรวจระบบ และขั้นตอนเชื่อมต่อก่อนเริ่มขายไฟ โครงการมีโควต้าและสถานะเปิดรับอาจเปลี่ยนได้
ติดโซลาร์มากกว่า 5 kW สมัครได้หรือไม่
ได้ในหลักการสำหรับการผลิตใช้เอง แต่กำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ และระบบต้องมีอุปกรณ์หรือการตั้งค่าตามข้อกำหนดของ PEA/MEA โดย MEA กำหนด EXL เมื่ออินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW
มีแบตเตอรี่เข้าร่วมโครงการได้หรือไม่
PEA ระบุว่าไม่ได้ห้าม BESS แต่ต้องติดตั้งและใช้งานตามมาตรฐานวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา ควรตรวจแบบระบบและโหมดการทำงานก่อนยื่น
ระบบโซลาร์ที่ติดตั้งไปแล้วสมัครขายไฟได้หรือไม่
อาจสมัครได้ แต่ต้องตรวจเจ้าของมิเตอร์ แบบ Single Line รุ่นและ Firmware อินเวอร์เตอร์ ระบบป้องกัน การอนุญาตเดิม และสภาพหน้างาน ไม่ควรสรุปว่าระบบเดิมผ่านโดยไม่ตรวจ
ขายไฟแล้วได้เงินทุกเดือนหรือไม่
รายรับขึ้นอยู่กับหน่วยส่วนเกินที่วัดได้จริงและรอบชำระตามสัญญาของการไฟฟ้า จึงไม่สามารถประเมินจากขนาดแผงอย่างเดียว และไม่ควรรับประกันยอดรายเดือน
สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทใช้ร่วมกับโครงการขายไฟได้หรือไม่
เป็นคนละมาตรการและต้องผ่านเงื่อนไขของแต่ละมาตรการแยกกัน การมีสัญญาขายไฟไม่ได้ทำให้ได้สิทธิภาษีโดยอัตโนมัติ ควรตรวจพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 เอกสาร e-Tax Invoice และข้อมูลที่การไฟฟ้านำส่งให้หน่วยงานรัฐก่อนใช้สิทธิ
แหล่งข้อมูลทางการ
- PEA PPIM: โครงการโซลาร์ภาคประชาชนปี 2569
- PEA: Q&A โครงการรับซื้อไฟ Solar Rooftop
- MEA MyEnergy: โครงการปี 2569
- รัฐบาลไทย: ช่องทางสมัคร MyEnergy และ PPIM
บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เงื่อนไข อุปกรณ์ ค่าบริการ ขั้นตอน และ Capacity อาจเปลี่ยนตามประกาศของ PEA, MEA หรือ กกพ. ควรตรวจหน้าโครงการทางการอีกครั้งก่อนยื่นคำขอ ออกแบบ หรือซื้ออุปกรณ์
ให้ "คุ้มไว SOLAR" ช่วยประเมินระบบที่เหมาะกับหน้างานของคุณ
บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สำหรับบ้านและธุรกิจ พร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ สอบถามเราสิครับ
