ขายไฟโซลาร์ 2.20 บาทต่อหน่วย ปี 2569 สมัคร PEA/MEA อย่างไร

ขายไฟโซลาร์ 2.20 บาทต่อหน่วยสำหรับบ้านปี 2569 แบบใช้เองก่อนเหลือจึงขาย

คำตอบสั้น ๆ: บ้านอยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไขสามารถยื่นขายไฟโซลาร์ส่วนเกินให้ PEA หรือ MEA ได้ในอัตรา 2.20 บาทต่อหน่วย ระยะเวลารับซื้อ 10 ปี และเสนอขายได้ไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าการไฟฟ้าจะซื้อไฟทั้งหมดที่แผงผลิต หรือว่าทุกคำขอจะผ่านโดยอัตโนมัติ

โครงการนี้เป็นระบบ Net Billing คือไฟจากหลังคาจะจ่ายให้เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านก่อน ส่วนที่ผลิตเกินและไหลออกสู่โครงข่ายจึงถูกนับเพื่อขาย การออกแบบระบบจึงควรเริ่มจากพฤติกรรมใช้ไฟกลางวัน ไม่ใช่เริ่มจากคำถามว่า “ติดให้ใหญ่ที่สุดเพื่อขายไฟได้ไหม”

ข้อมูลอัปเดต 9 สิงหาคม 2569

  • รับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาทต่อ kWh
  • ระยะเวลาตามสัญญา 10 ปี
  • เสนอขายไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์
  • เป้าหมายรวม PEA และ MEA ไม่เกิน 500 MW (AC) ในปี 2569–2570
  • PEA สมัครผ่าน PPIM และ MEA สมัครผ่าน MyEnergy

เงื่อนไขขายไฟโซลาร์ 2.20 บาท ปี 2569 มีอะไรบ้าง

สรุปเงื่อนไขขายไฟโซลาร์ปี 2569 อัตรา 2.20 บาท สูงสุด 5 kW ระยะเวลา 10 ปี

โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนปี 2569 เปิดสำหรับผู้ใช้ไฟประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ผลิตไฟใช้เองเป็นหลัก แล้วขายส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบ ตามข้อมูลทางการจาก PEA PPIM และ MEA MyEnergy เงื่อนไขสำคัญคือ 2.20 บาทต่อหน่วย รับซื้อ 10 ปี และเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์

หัวข้อ เงื่อนไขหลัก
ผู้สมัคร ผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และเป็นเจ้าของมิเตอร์
ไฟที่รับซื้อ ไฟส่วนเกินหลังจากใช้ภายในบ้าน
ราคา 2.20 บาทต่อ kWh
เพดานเสนอขาย ไม่เกิน 5 kW (AC) ต่อมิเตอร์/ราย
ระยะเวลา 10 ปีตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า

คำว่า “เปิดรับ” ยังไม่เท่ากับ “ได้รับสิทธิ์แล้ว” เพราะการไฟฟ้าต้องตรวจเอกสาร ความสามารถของระบบโครงข่าย อุปกรณ์ แบบไฟฟ้า และระบบจริงก่อน ผู้สมัครจึงไม่ควรซื้ออุปกรณ์เพิ่มจากการคาดเดาว่าจะผ่านแน่นอน

2.20 บาทคิดอย่างไร และ Net Billing ต่างจากหักหน่วยค่าไฟอย่างไร

หลักการ Net Billing โซลาร์ใช้ไฟในบ้านก่อนแล้วขายเฉพาะไฟส่วนเกิน

สมมติขณะหนึ่งโซลาร์ผลิตได้ 4 kW และบ้านใช้ไฟอยู่ 2.5 kW ไฟประมาณ 2.5 kW จะถูกใช้ในบ้านก่อน ส่วนที่เหลือประมาณ 1.5 kW จึงมีโอกาสไหลออกสู่ระบบและถูกนับเป็นไฟขาย ทั้งนี้ตัวเลขจริงเปลี่ยนตลอดเวลาตามแดดและโหลดในบ้าน

Net Billing ไม่ใช่การนำหนึ่งหน่วยที่ขายไปหักกับหนึ่งหน่วยที่ซื้อจากการไฟฟ้าแบบตรงตัว ค่าไฟที่หลีกเลี่ยงได้จากการใช้โซลาร์ทันทีคิดตามอัตราที่บ้านไม่ต้องซื้อในขณะนั้น ส่วนไฟส่วนเกินคิดรายรับที่ 2.20 บาทต่อหน่วย ด้วยเหตุนี้ การใช้ไฟโซลาร์เองในบ้านมักเป็นประโยชน์หลัก ส่วนรายได้จากการขายเป็นประโยชน์เสริม

จำให้แม่น: 2.20 บาทใช้กับหน่วยไฟส่วนเกินที่มิเตอร์รับซื้อวัดได้ ไม่ใช่ไฟทุกหน่วยที่แผงผลิต และไม่ใช่อัตราค่าไฟขายปลีกของบ้าน

ใครสมัครได้ และคำว่าเสนอขายไม่เกิน 5 kW หมายถึงอะไร

คุณสมบัติผู้สมัครขายไฟโซลาร์ภาคประชาชนและเพดานเสนอขาย 5 kW AC

ผู้สมัครหลักคือผู้ใช้ไฟประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย และต้องเป็นเจ้าของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ชื่อผู้สมัคร สถานที่ติดตั้ง และข้อมูลผู้ใช้ไฟจึงควรตรงกับบิลล่าสุด หากชื่อหรือที่อยู่ยังไม่ถูกต้อง ควรแก้ข้อมูลกับการไฟฟ้าในพื้นที่ก่อนยื่น

เพดาน 5 kW หมายถึง กำลังไฟฟ้าที่เสนอขายฝั่ง AC ไม่ใช่การบังคับว่าต้องติดแผงรวมได้แค่ 5 kWp เท่านั้น PEA ยืนยันใน Q&A ทางการ ว่าสามารถติดระบบมากกว่า 5 kW เพื่อใช้เองได้ แต่กำลังเสนอขายยังไม่เกิน 5 kW AC ต่อราย

ติดอินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW ได้ไหม

ต้องแยกตามพื้นที่และแบบระบบ สำหรับ MEA หน้าโครงการปี 2569 ระบุว่าอินเวอร์เตอร์รวมมากกว่า 5 kW ต้องมี Export Limiting Device (EXL) เพื่อควบคุมการไหลย้อน และทั้งยี่ห้อ รุ่น รวมถึง Firmware ของอินเวอร์เตอร์ต้องอยู่ในรายการที่ MEA ยอมรับ ส่วนพื้นที่ PEA ต้องตรวจรายชื่อผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดการเชื่อมต่อของ PEA ก่อนออกแบบ

มีแบตเตอรี่ได้หรือไม่

PEA ระบุว่าโครงการไม่ได้ห้ามติด Battery Energy Storage System (BESS) ร่วมกับโซลาร์ แต่การติดตั้งและใช้งานต้องเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา อย่าซื้อแบตเตอรี่เพียงเพื่อชาร์จแล้วขายไฟ เพราะยังมีต้นทุนแบตเตอรี่ การสูญเสียระหว่างชาร์จ/คาย และเงื่อนไขควบคุมพลังงานที่ต้องพิจารณา

PEA กับ MEA สมัครที่ไหน และข้อกำหนดต่างกันอย่างไร

ช่องทางสมัครขายไฟโซลาร์ PEA ผ่าน PPIM และ MEA ผ่าน MyEnergy
  • พื้นที่ PEA: จังหวัดนอกเขต MEA ยื่นผ่าน ระบบ PPIM
  • พื้นที่ MEA: กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ยื่นผ่าน ระบบ MyEnergy

เงื่อนไขแกนกลางเหมือนกันคือบ้านอยู่อาศัย ใช้เองก่อน ขายส่วนเกิน 2.20 บาท สูงสุด 5 kW AC และรับซื้อ 10 ปี แต่รายละเอียดเอกสาร อุปกรณ์ ขั้นตอน และค่าบริการไม่ควรนำมาปะปนกัน ตัวอย่างเช่น PEA แสดงค่าตรวจสอบการเชื่อมต่อ 2,000 บาทบวก VAT รวม 2,140 บาทใน PPIM ขณะที่ผู้สมัคร MEA ควรตรวจค่าบริการจาก MyEnergy ตามประเภทคำขอ ณ วันที่ยื่น

รัฐบาลยืนยันช่องทางออนไลน์ทั้งสองระบบเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2569 ผ่าน ข่าวรัฐบาลไทย หากมีผู้รับดำเนินการแทน ควรตรวจว่าบัญชีผู้ยื่น เอกสารมอบอำนาจ และอีเมลติดตามสถานะเป็นข้อมูลที่เจ้าของบ้านเข้าถึงได้จริง

สมัครขายไฟต้องเตรียมเอกสารอะไร

เอกสารสมัครขายไฟโซลาร์ ได้แก่ บิลค่าไฟ บัตรประชาชน Single Line และ Datasheet

รายการจริงต่างกันตาม PEA/MEA และลักษณะระบบ แต่เจ้าของบ้านควรเตรียมข้อมูลแกนกลางต่อไปนี้ไว้ก่อน

  1. บิลค่าไฟล่าสุดที่ชื่อ ที่อยู่ และประเภทผู้ใช้ไฟตรงกับผู้สมัคร โดย PEA แนะนำให้เป็นบิลไม่เกิน 3 เดือน
  2. สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของมิเตอร์ และหนังสือมอบอำนาจเมื่อให้ผู้อื่นยื่นแทน
  3. แบบ Single Line Diagram ที่แสดงการต่ออุปกรณ์และมีวิศวกรไฟฟ้ารับรองตามเกณฑ์
  4. Datasheet ของแผง อินเวอร์เตอร์ และอุปกรณ์ควบคุมที่เกี่ยวข้อง
  5. หลักฐานรุ่นและ Firmware ของอินเวอร์เตอร์ตามรายการที่การไฟฟ้ายอมรับ
  6. รูปสถานที่ติดตั้ง รูปมิเตอร์ และเอกสารบัญชีธนาคารตามที่ระบบขอ

จุดที่ทำให้คำขอช้าบ่อยไม่ใช่เรื่องแผง แต่เป็นข้อมูลไม่ตรงกัน แบบไฟฟ้าไม่ตรงหน้างาน รุ่นอุปกรณ์ไม่อยู่ในรายการ หรือไฟล์เอกสารไม่ครบ ก่อนยื่นจึงควรให้ผู้ติดตั้งทำรายการเอกสารตามระบบจริง ไม่ใช่ใช้ชุดเอกสารสำเร็จรูปของบ้านอื่น

หากต้องการเห็นภาพงานอนุญาตทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ ขั้นตอนขออนุญาตติดโซลาร์และขนานไฟ

ขั้นตอนจากยื่นคำขอจนเริ่มขายไฟ

ขั้นตอนสมัครขายไฟโซลาร์ตั้งแต่ยื่นคำขอ ตรวจ Capacity ทำสัญญา ตรวจระบบจนถึง COD
  1. สมัครบัญชีและยื่นคำขอ: กรอกข้อมูลผู้ใช้ไฟ สถานที่ ระบบ และอัปโหลดเอกสารใน PPIM หรือ MyEnergy
  2. ตรวจเอกสารและ Capacity: การไฟฟ้าตรวจความครบถ้วนและความสามารถของโครงข่ายในพื้นที่
  3. ประกาศผลและทำสัญญา: PEA ใช้หลัก First Come, First Served และระบุประกาศผลภายใน 30 วันนับถัดจากวันยื่น ผู้ผ่านต้องทำสัญญาภายในกำหนด
  4. ติดตั้งให้ตรงแบบ: อุปกรณ์ การตั้งค่า ระบบป้องกัน และ Export Limit ต้องตรงกับแบบที่ยื่น
  5. ตรวจระบบและเปลี่ยนมิเตอร์: การไฟฟ้าตรวจหน้างาน ทดสอบการเชื่อมต่อครั้งแรก และดำเนินการด้านมิเตอร์
  6. เริ่ม COD: เริ่มจ่ายไฟเชิงพาณิชย์เมื่อผ่านขั้นตอนและอยู่ภายในวัน SCOD ตามสัญญา
สถานะที่ควรรู้ ณ 9 สิงหาคม 2569: หน้า PPIM ระบุว่าระบบออนไลน์ดำเนินการได้ถึงขั้นทำสัญญาซื้อขายไฟ ส่วนกระบวนการยื่นเชื่อมต่อจะประกาศเมื่อพร้อม ดังนั้นอย่าเขียนหรือเข้าใจว่ากดสมัครแล้วจะเปลี่ยนมิเตอร์และเริ่มขายไฟได้ทันที

ขายไฟได้เดือนละเท่าไร และควรออกแบบระบบอย่างไร

ตัวอย่างคำนวณรายได้ขายไฟส่วนเกิน 100 หน่วยได้ 220 บาทและ 500 หน่วยได้ 1,100 บาท

สูตรเบื้องต้นคือ หน่วยไฟส่วนเกินที่มิเตอร์รับซื้อวัดได้ × 2.20 บาท

ไฟส่วนเกินต่อเดือน ตัวอย่างรายรับ
100 kWh 220 บาท
300 kWh 660 บาท
500 kWh 1,100 บาท

ตัวอย่างนี้ไม่ใช่การรับประกันรายได้ ปริมาณไฟส่วนเกินขึ้นอยู่กับแดด เงาบัง ทิศหลังคา ขนาดระบบ ประสิทธิภาพอุปกรณ์ และโดยเฉพาะการใช้ไฟกลางวัน บ้านค่าไฟ 5,000 บาทเท่ากันอาจขายไฟไม่เท่ากันเลย ถ้าบ้านหนึ่งเปิดแอร์ ทำงานที่บ้าน หรือชาร์จ EV ตอนกลางวัน แต่อีกบ้านไม่มีคนอยู่และใช้ไฟหนักหลังพระอาทิตย์ตก

ก่อนเลือก 5 kW หรือ 10 kW ควรดูบิลอย่างน้อย 12 เดือน รูปมิเตอร์ ระบบ 1 เฟส/3 เฟส โหลดกลางวัน พื้นที่หลังคา และแผนซื้อ EV หรือแบตเตอรี่ แล้วแยกผลประโยชน์เป็นสองส่วน: ค่าไฟที่ไม่ต้องซื้อเพราะใช้โซลาร์ทันที กับรายรับจากไฟส่วนเกิน อย่าเอาทั้งสองส่วนมารวมเป็น “ยอดประหยัดแน่นอน”

เป็นคนละมาตรการ: การขายไฟ 2.20 บาท การลดหย่อนภาษีโซลาร์สูงสุด 200,000 บาท และข่าวสนับสนุนค่าติดตั้ง 50,000 บาท มีวัตถุประสงค์และเงื่อนไขแยกกัน ไม่ควรสรุปว่าใช้ร่วมกันได้อัตโนมัติ อ่านรายละเอียดได้ที่ คู่มือลดหย่อนภาษีโซลาร์ และ ตรวจข้อเท็จจริงเงินสนับสนุนโซลาร์ 50,000 บาท

FAQ ขายไฟโซลาร์ 2.20 บาท

คำถามก่อนสมัครขายไฟโซลาร์เรื่องระบบเกิน 5 kW แบตเตอรี่และระบบที่ติดตั้งแล้ว

ตอนนี้บ้านสมัครขายไฟโซลาร์ 2.20 บาทได้หรือยัง

สมัครได้ผ่าน PPIM สำหรับพื้นที่ PEA และ MyEnergy สำหรับพื้นที่ MEA ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 แต่ต้องผ่านการพิจารณาเอกสาร Capacity สัญญา การตรวจระบบ และขั้นตอนเชื่อมต่อก่อนเริ่มขายไฟ โครงการมีโควต้าและสถานะเปิดรับอาจเปลี่ยนได้

ติดโซลาร์มากกว่า 5 kW สมัครได้หรือไม่

ได้ในหลักการสำหรับการผลิตใช้เอง แต่กำลังเสนอขายไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ และระบบต้องมีอุปกรณ์หรือการตั้งค่าตามข้อกำหนดของ PEA/MEA โดย MEA กำหนด EXL เมื่ออินเวอร์เตอร์รวมเกิน 5 kW

มีแบตเตอรี่เข้าร่วมโครงการได้หรือไม่

PEA ระบุว่าไม่ได้ห้าม BESS แต่ต้องติดตั้งและใช้งานตามมาตรฐานวิศวกรรมของการไฟฟ้าคู่สัญญา ควรตรวจแบบระบบและโหมดการทำงานก่อนยื่น

ระบบโซลาร์ที่ติดตั้งไปแล้วสมัครขายไฟได้หรือไม่

อาจสมัครได้ แต่ต้องตรวจเจ้าของมิเตอร์ แบบ Single Line รุ่นและ Firmware อินเวอร์เตอร์ ระบบป้องกัน การอนุญาตเดิม และสภาพหน้างาน ไม่ควรสรุปว่าระบบเดิมผ่านโดยไม่ตรวจ

ขายไฟแล้วได้เงินทุกเดือนหรือไม่

รายรับขึ้นอยู่กับหน่วยส่วนเกินที่วัดได้จริงและรอบชำระตามสัญญาของการไฟฟ้า จึงไม่สามารถประเมินจากขนาดแผงอย่างเดียว และไม่ควรรับประกันยอดรายเดือน

สิทธิลดหย่อนภาษี 200,000 บาทใช้ร่วมกับโครงการขายไฟได้หรือไม่

เป็นคนละมาตรการและต้องผ่านเงื่อนไขของแต่ละมาตรการแยกกัน การมีสัญญาขายไฟไม่ได้ทำให้ได้สิทธิภาษีโดยอัตโนมัติ ควรตรวจพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 805 เอกสาร e-Tax Invoice และข้อมูลที่การไฟฟ้านำส่งให้หน่วยงานรัฐก่อนใช้สิทธิ

แหล่งข้อมูลทางการ

บทความนี้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เงื่อนไข อุปกรณ์ ค่าบริการ ขั้นตอน และ Capacity อาจเปลี่ยนตามประกาศของ PEA, MEA หรือ กกพ. ควรตรวจหน้าโครงการทางการอีกครั้งก่อนยื่นคำขอ ออกแบบ หรือซื้ออุปกรณ์

ให้ "คุ้มไว SOLAR" ช่วยประเมินระบบที่เหมาะกับหน้างานของคุณ

บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์สำหรับบ้านและธุรกิจ พร้อมให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประกอบการตัดสินใจ สอบถามเราสิครับ

โทรเลย 0661417892 Add Line: @kwSolar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า