โซล่าเซลล์ติดบ้านมีกี่ประเภทบ้าง?
เรามารู้จักระบบโซลาร์เซลล์บ้านกันดีกว่า มีแบบไหน เลือกอย่างไรกันบ้าง
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ค่าไฟในประเทศไทยมีแนวโน้มจะแพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน ทำให้มีการใช้แอร์ ใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมาก รวมไปถึงการพัฒนาของระบบสมาร์ทโฮม ที่ทำให้บ้านต้องใช้ไฟมากกว่าเดิม
หลายๆคนก็อยากจะลงทุนเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดก็คงไม่พ้น การติดตั้งโซล่าเซลล์บ้าน ซึ่งการติดโซล่าเซลล์ไม่ใช่แค่การประหยัดไฟชั่วคราวเท่านั้น แต่คือการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนคุ้มจริง คืนทุนได้ภายใน 3-5 ปี
โซล่าเซลล์บ้านคืออะไร?
โซล่าเซลล์บ้าน หรือแผงโซล่าเซลล์ คือ อุปกรณ์ที่สามารถแปลงพลังงานจากแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยแผงโซล่าเซลล์แต่ละแผงประกอบด้วยเซลล์โฟโตโวลตาอิก (Photovoltaic Cell) ที่ทำหน้าที่ดูดซับแสงแดดและแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าแบบตรง (DC) จากนั้นระบบจะส่งกระแสไฟฟ้านี้ไปยัง อินเวอร์เตอร์ (Inverter) เพื่อแปลงให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งใช้ได้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน
สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไปในประเทศไทย ระบบโซลาร์เซลล์ที่นิยมใช้งานมีอยู่ 3 ประเภทหลัก โดยแต่ละประเภทมีความเหมาะสมต่างกันดังนี้
1. ระบบออนกริด (On-Grid)
ระบบนี้เป็นระบบที่ “ต่อเชื่อมกับการไฟฟ้า” โดยตรง เหมาะกับบ้านในเขตเมืองหรือชุมชนที่มีไฟฟ้าเข้าถึง โดยพลังงานจากโซล่าเซลล์จะถูกนำมาใช้เป็นลำดับแรก หากในช่วงเวลาใดที่ไม่เพียงพอ เช่น มีเมฆมาก หรือมีการใช้ไฟฟ้าสูง ระบบจะดึงไฟฟ้าเพิ่มจากการไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
-
✅ ข้อดีของระบบออนกริด
-
ลงทุนต่ำที่สุด
-
ไม่มีต้นทุนแบตเตอรี่
-
คืนทุนได้ไวภายใน 5–6 ปี
-
ระบบดูแลง่าย ไม่ซับซ้อน
-
-
❌ ข้อเสียของระบบออนกริด
-
หากไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบจะหยุดทำงานด้วยเพื่อความปลอดภัยของช่างไฟ
-
หมายเหตุ: ระบบนี้สามารถยื่นขอขายไฟกลับเข้าระบบได้ผ่าน Net Metering (ต้องได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้า)
2. ระบบออฟกริด (Off-Grid)
ระบบแบบออฟกริดคือระบบที่ “ไม่เชื่อมกับการไฟฟ้า” ใช้แผงโซล่าเซลล์ผลิตไฟฟ้า และเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อใช้ในช่วงกลางคืนหรือช่วงที่ไม่มีแสงแดด เหมาะอย่างยิ่งกับบ้านในพื้นที่ห่างไกล หรือไร่นารีสอร์ตที่ไม่มีไฟฟ้าหลวง
-
✅ ข้อดีของระบบออฟกริด
-
เป็นระบบไฟฟ้าอิสระ ใช้งานได้แม้ไม่มีการไฟฟ้า
-
ใช้ได้แม้ในพื้นที่ห่างไกล ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
-
-
❌ ข้อเสียของระบบออฟกริด
-
ราคาสูงกว่าระบบอื่น เนื่องจากต้องลงทุนแบตเตอรี่
-
ต้องดูแลแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ และเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน (5–10 ปี)
-
ระบบซับซ้อน และต้องมีพื้นที่ติดตั้งแบตเตอรี่
-
3. ระบบไฮบริด (Hybrid)
ระบบไฮบริดคือการผสมระบบออนกริดและออฟกริด โดยใช้พลังงานจากแผงโซล่าเซลล์ในช่วงกลางวัน และเก็บพลงงานส่วนเกินไว้ในแบตเตอรี่ เพื่อใช้ในเวลากลางคืน
และระบบไฮบริด ในขณะเดียวกันยังเชื่อมต่อกับการไฟฟ้าเพื่อสำรองในกรณีจำเป็น เช่น วันที่ฝนตกหรือใช้งานเกินกำลังของระบบ
-
✅ ข้อดีของระบบไฮบริด (Hybrid)
-
ยืดหยุ่น ครอบคลุมทุกช่วงเวลา
-
มีพลังงานใช้แม้ในช่วงไฟดับ
-
บริหารจัดการพลังงานได้อัตโนมัติ
-
-
❌ ข้อเสียของระบบไฮบริด (Hybrid)
-
ราคาสูงที่สุดในบรรดาทั้ง 3 ระบบ
-
ต้องวางแผนและออกแบบระบบอย่างแม่นยำ
-
เลือก Solarcell ระบบไหนเหมาะกับคุณ?
| ลักษณะบ้าน | ระบบแนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| บ้านในเมือง มีไฟฟ้าปกติ | ออนกริด | คืนทุนไว ติดตั้งง่าย |
| บ้านไร่นา พื้นที่ห่างไกล | ออฟกริด | ไม่ต้องพึ่งไฟฟ้าหลวง |
| บ้านอยู่อาศัยประจำ ใช้ไฟทั้งวัน | ไฮบริด | ควบคุมพลังงานได้ทุกช่วงเวลา |
สรุป
การเข้าใจ “ระบบโซล่าเซลล์บ้าน” แต่ละประเภทคือกุญแจสำคัญสู่การวางแผนติดตั้งที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้ไฟของคุณ หลายคนอาจคิดว่าแค่เลือกแผงดี ๆ ก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง “ระบบไฟฟ้าภายในบ้าน” คือองค์ประกอบที่ต้องพิจารณาร่วมกันอย่างรอบด้าน
โซล่าเซลล์ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือเครื่องมือทางการเงินระยะยาว ที่ช่วยให้คุณลดค่าใช้จ่ายอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งของการใช้พลังงานสะอาดเพื่ออนาคตที่ดีขึ้น
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือคำปรึกษาเกี่ยวกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ที่
โทร. 066-141-7892
Line: @kwsolar

