Peak Demand คืออะไร? ไขข้อข้องใจตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าไฟโรงงานแพง

peak demand คืออะไร

สำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของโรงงานอุตสาหกรรม บิลค่าไฟฟ้าในแต่ละเดือนมักเป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของธุรกิจ เมื่อพิจารณารายละเอียดในใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้า หลายท่านอาจคุ้นเคยกับคำว่า “Energy Charge” หรือค่าพลังงานไฟฟ้าที่คิดตามหน่วยการใช้งานจริง แต่ยังมีอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญที่มักถูกมองข้ามและเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ค่าไฟของโรงงานสูงกว่าปกติ นั่นคือ “Peak Demand” หรือความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด

บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับความหมายที่แท้จริงของ Peak Demand ในเชิงวิศวกรรมและระบบไฟฟ้า เจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำให้ตัวแปรนี้มีราคาสูง พร้อมทั้งเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Peak Demand และ Energy Charge นอกจากนี้ เรายังจะนำเสนอวิธีการลดค่า Peak Demand อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการนำระบบโซล่าเซลล์เข้ามาช่วยบริหารจัดการพลังงาน เพื่อให้ธุรกิจของคุณสามารถประหยัดต้นทุนได้อย่างยั่งยืน

Peak Demand คืออะไร? ทำความเข้าใจความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด

ความหมายของ peak demand

Peak Demand หรือในภาษาไทยเรียกว่า “ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด” คือ ค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุดที่ระบบไฟฟ้าของสถานประกอบการดึงจากการไฟฟ้ามาใช้งานในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปการไฟฟ้าจะวัดค่านี้ในช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 15 นาที ค่า Peak Demand มีหน่วยวัดเป็นกิโลวัตต์ (kW) หรือกิโลโวลต์แอมแปร์ (kVA) ซึ่งแตกต่างจากหน่วยการใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่วัดเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh)

ในเชิงวิศวกรรม ระบบไฟฟ้าไม่ได้คิดค่าบริการแบบเฉลี่ยตลอดทั้งเดือน แต่จะจับจ้องไปที่ “ช่วงเวลาที่โหลดสูงที่สุด” ของเดือนนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หากโรงงานของคุณมีการเดินเครื่องจักรกำลังสูงพร้อมกันทั้งหมดในเวลา 10.00 น. เป็นเวลาเพียง 15 นาที ค่ากำลังไฟฟ้าสูงสุดที่เกิดขึ้นในช่วง 15 นาทีนั้นจะถูกบันทึกเป็นค่า Peak Demand ของเดือนทันที แม้ว่าในช่วงเวลาอื่นของเดือนโรงงานจะใช้ไฟฟ้าน้อยลงมากก็ตาม

การเกิด Peak Demand มักมาจากพฤติกรรมการใช้โหลดไฟฟ้าที่ไม่คงที่ภายในโรงงาน เช่น การเปิดเครื่องจักรขนาดใหญ่พร้อมกัน (Step Load) กระแสไฟฟ้ากระชากขณะเริ่มเดินเครื่อง (Transient Load) หรือการทำงานของระบบทำความเย็นขนาดใหญ่และคอมเพรสเซอร์ (Cycling Load) ซึ่งโหลดเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความต้องการพลังไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ

peak demand vs energy charge

ความแตกต่างระหว่าง Peak Demand และ Energy Charge

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เราต้องแยกความแตกต่างระหว่างตัวแปรหลักสองตัวที่ปรากฏในบิลค่าไฟโรงงาน ได้แก่ Peak Demand (ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด) และ Energy Charge (ค่าพลังงานไฟฟ้า)

Energy Charge (ค่าพลังงานไฟฟ้า) คือ ปริมาณไฟฟ้าทั้งหมดที่คุณใช้ตลอดทั้งเดือน คิดตามปริมาณการใช้งานจริง มีหน่วยเป็นกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “หน่วย” เปรียบเสมือนมาตรวัดน้ำประปา ยิ่งเปิดน้ำทิ้งไว้นานเท่าไหร่ ปริมาตรน้ำที่ไหลผ่านมิเตอร์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

Peak Demand (ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด) คือ อัตราการใช้พลังงานสูงสุดในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง มีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ (kW) เปรียบเสมือนขนาดของท่อน้ำ หากคุณต้องการเปิดน้ำจากหลายๆ ก๊อกพร้อมกันให้ได้ปริมาณน้ำมากๆ ในพริบตาเดียว คุณจำเป็นต้องมีท่อน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถรองรับอัตราการไหลที่สูงขึ้นได้

ดังนั้น โรงงานสองแห่งอาจใช้ไฟฟ้าปริมาณเท่ากัน (Energy Charge เท่ากัน) แต่หากโรงงานแห่งแรกมีการใช้ไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอตลอดวัน ในขณะที่โรงงานแห่งที่สองมีการเปิดเครื่องจักรหนักพร้อมกันในช่วงเวลาสั้นๆ โรงงานแห่งที่สองจะต้องจ่ายค่า Peak Demand ที่สูงกว่ามาก

ทำไมค่า peak demand ถึงแพง

สาเหตุที่ทำให้ค่า Peak Demand มีราคาสูง

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการไฟฟ้าถึงต้องคิดค่าบริการในส่วนของ Peak Demand ในอัตราที่ค่อนข้างสูง เหตุผลหลักมาจากโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Grid) ระดับประเทศ

ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ไม่สามารถกักเก็บไว้ในปริมาณมหาศาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไฟฟ้าจึงต้องถูกผลิตขึ้นมาในเวลาเดียวกับที่มีการบริโภค เมื่อผู้ใช้ไฟฟ้าจำนวนมากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดพร้อมๆ กัน การไฟฟ้าจำเป็นต้องเดินเครื่องโรงไฟฟ้าสำรอง (Peaking Power Plants) เพื่อผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้น

โรงไฟฟ้าสำรองเหล่านี้มักเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีต้นทุนสูงและอาจไม่ได้เดินเครื่องบ่อยนัก บางแห่งอาจทำงานเพียงไม่กี่สิบชั่วโมงต่อปี แต่การไฟฟ้าก็ยังมีต้นทุนคงที่ในการก่อสร้าง บำรุงรักษา และเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ ดังนั้น ค่า Peak Demand ที่เรียกเก็บจากผู้ประกอบการรายใหญ่จึงเป็นกลไกที่สะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริงของการรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า

ตัวอย่างคำนวน Peak demand

ตัวอย่างการคำนวณ Peak Demand ในโรงงานอุตสาหกรรม

เพื่อให้เข้าใจถึงผลกระทบของ Peak Demand ต่อค่าใช้จ่าย ลองพิจารณาตัวอย่างการคำนวณต่อไปนี้ สมมติว่าโรงงานแห่งหนึ่งอยู่ในประเภทอัตราค่าไฟฟ้าแบบ TOU (Time of Use) กิจการขนาดใหญ่ โดยมีอัตราค่า Demand Charge อยู่ที่ 132.93 บาทต่อกิโลวัตต์

กรณีที่ 1: การใช้งานแบบกระจายตัว (Load Smoothing)
โรงงานมีการเดินเครื่องจักรอย่างสม่ำเสมอตลอดวัน โดยความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดเฉลี่ยใน 15 นาที อยู่ที่ 500 kW
ค่า Peak Demand = 500 kW × 132.93 บาท/kW = 66,465 บาท

กรณีที่ 2: การใช้งานแบบกระจุกตัว (Peak Spiking)
โรงงานมีการเปิดเครื่องจักรหนักพร้อมกันทั้งหมดในช่วงเช้า ทำให้ความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดพุ่งไปถึง 1,000 kW ในช่วงเวลา 15 นาที
ค่า Peak Demand = 1,000 kW × 132.93 บาท/kW = 132,930 บาท

จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่า แม้โรงงานทั้งสองกรณีอาจผลิตสินค้าได้จำนวนเท่ากันและใช้ปริมาณไฟฟ้า (kWh) รวมเท่ากัน แต่การบริหารจัดการเวลาในการเดินเครื่องจักรที่แตกต่างกัน ส่งผลให้โรงงานในกรณีที่ 2 ต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าถึง 66,465 บาทต่อเดือน

วิธีลดค่า Peak Demand

วิธีการบริหารจัดการและลดค่า Peak Demand

การลดค่า Peak Demand ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการลดกำลังการผลิตเสมอไป แต่คือการบริหารจัดการการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด ต่อไปนี้คือแนวทางที่โรงงานสามารถนำไปปรับใช้ได้

  1. การปรับตารางเวลาการทำงาน (Load Shifting): กระจายการเดินเครื่องจักรที่ใช้พลังงานสูงออกไป ไม่ให้ทำงานพร้อมกัน โดยเฉพาะในช่วงเวลา On-Peak (09.00 – 22.00 น. วันจันทร์-ศุกร์) หรือย้ายกระบวนการผลิตบางส่วนไปทำในช่วง Off-Peak ซึ่งมีอัตราค่าไฟที่ถูกกว่า
  2. การจัดลำดับการเปิดเครื่องจักร (Sequential Start-up): หลีกเลี่ยงการเปิดเครื่องจักรขนาดใหญ่พร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียว เพื่อลดกระแสไฟกระชาก (Transient Load) ที่ทำให้ค่า Peak Demand พุ่งสูง
  3. การติดตั้งระบบควบคุมอัตโนมัติ (Demand Controller): ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเฝ้าระวังและควบคุมการใช้พลังงาน หากระบบตรวจพบว่าค่ากำลังไฟฟ้ากำลังจะเกินเพดานที่ตั้งไว้ ระบบจะทำการตัดโหลดที่ไม่จำเป็นออกชั่วคราวโดยอัตโนมัติ
  4. การบำรุงรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดี: เครื่องจักรที่เก่าหรือขาดการบำรุงรักษามักจะกินไฟมากกว่าปกติ การทำความสะอาดและตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์จะช่วยลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็นได้

โซล่าเซลล์ ลดค่า Peak Demand

โซล่าเซลล์ ตัวช่วยสำคัญในการลดค่า Peak Demand

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าแล้ว การลงทุนในระบบพลังงานหมุนเวียนอย่าง “โซล่าเซลล์” (Solar Rooftop) ถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนที่สุดในการลดค่า Peak Demand สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบโซล่าเซลล์ทำงานโดยการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งบังเอิญตรงกับช่วงเวลา On-Peak ที่โรงงานส่วนใหญ่มักมีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดและเป็นช่วงที่ค่าไฟมีราคาแพงที่สุด เมื่อโรงงานดึงพลังงานไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์มาใช้ร่วมกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้า ปริมาณกำลังไฟฟ้าสูงสุด (kW) ที่ต้องพึ่งพาจากสายส่งหลักก็จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างเช่น หากโรงงานของคุณมี Peak Demand ปกติอยู่ที่ 1,000 kW และคุณติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ขนาด 300 kW ในช่วงเวลาบ่ายที่แดดจัดและโรงงานเดินเครื่องเต็มที่ โซล่าเซลล์จะช่วยรับภาระไป 300 kW ทำให้โรงงานดึงไฟจากการไฟฟ้าเพียง 700 kW ค่า Peak Demand ที่ถูกบันทึกในเดือนนั้นก็จะลดลงเหลือ 700 kW

นอกจากนี้ หากมีการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Energy Storage System – BESS) ร่วมด้วย จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Peak Demand ได้ดียิ่งขึ้น แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟเก็บไว้ในช่วงที่โซล่าเซลล์ผลิตไฟได้มาก หรือในช่วง Off-Peak ที่ค่าไฟถูก และจ่ายไฟออกมาช่วยในช่วงเวลาที่ความต้องการไฟฟ้าของโรงงานพุ่งสูงสุด (Peak Shaving)

บทสรุป

Peak Demand หรือความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด เป็นปัจจัยแฝงที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟของโรงงานอุตสาหกรรมพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว การทำความเข้าใจความหมายและสาเหตุของการเกิด Peak Demand เป็นก้าวแรกสู่การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า การจัดตารางการผลิต และที่สำคัญที่สุดคือการนำเทคโนโลยีพลังงานสะอาดอย่างระบบโซล่าเซลล์เข้ามาประยุกต์ใช้ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถลดค่า Peak Demand ได้อย่างยั่งยืน

ต้องการลดค่าไฟโรงงานด้วยโซล่าเซลล์?

ติดต่อ คุ้มไว Solar ได้ที่เบอร์ 080-629-9282
ทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญพร้อมประเมินหน้างานและออกแบบระบบที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับธุรกิจของคุณ

สนใจติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับบ้านหรือธุรกิจ?

"คุ้มไว Solar" ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมประเมินความเหมาะสมของหน้างานเบื้องต้นก่อนติดตั้ง

โทรเลย 0661417892 Add Line: @kwSolar

ตัวอย่างผลงานติดโซล่าเซลล์บ้าน

บทความน่ารู้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า