การติดตั้งโซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟในระยะยาวได้ แต่สิ่งที่ทำให้หลายบ้านยังลังเลคือเงินลงทุนก้อนแรก ซึ่งระบบสำหรับบ้านอาจมีราคาตั้งแต่หลักหมื่นปลาย ๆ ไปจนถึงหลักแสนบาท ขึ้นอยู่กับขนาดระบบ อุปกรณ์ และรูปแบบการติดตั้ง
ปัจจุบันมีทั้งสินเชื่อที่ออกแบบมาสำหรับ Solar Rooftop โดยตรง สินเชื่อบ้านแบบ Top Up/Home for Cash รวมถึงการผ่อนผ่านบัตรเครดิต ทำให้เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินลงทุนทั้งหมดในครั้งเดียว
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรดูแค่ดอกเบี้ยปีแรก เพราะสินเชื่อแต่ละประเภทมีเงื่อนไขเรื่องหลักประกัน ระยะเวลาผ่อน อัตราดอกเบี้ยหลังหมดโปรโมชั่น และค่าใช้จ่ายอื่นแตกต่างกัน
แต่ในปัจจุบันมี สินเชื่อสีเขียวหรือสินเชื่อเพื่อการอนุรักษ์พลังงานจากหลายธนาคาร ที่ช่วยให้เจ้าของบ้านลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้เราจะพากันไปดูครับว่า มีสินเชื่อที่ไหน น่าสนใจบ้างแล้ว ขอสินเชื่อมาติดโซล่าเซลล์ คุ้มไหม?
สินเชื่อสีเขียวสำหรับโซล่าเซลล์บ้านคืออะไร?
สินเชื่อสีเขียว (Green Loan) คือสินเชื่อที่ธนาคารออกแบบมาเพื่อสนับสนุนโครงการรักษ์โลกหรือประหยัดพลังงาน เช่น สินเชื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop) ซึ่งมักมาพร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษและเงื่อนไขจูงใจ เพื่อช่วยลดภาระการลงทุนให้กับผู้ติดตั้งโซล่าเซลล์บ้านได้
รวมอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อโซล่าเซลล์จากธนาคารต่างๆ
ปัจจุบันหลายธนาคารไทยมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรองรับการติดตั้งโซล่าเซลล์บ้านโดยเฉพาะ วันนี้ คุ้มไวโซล่า จะสรุปตัวอย่างอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อสีเขียว จากธนาคารชื่อดังที่มีโปรโมชั่นสำหรับ Solar Rooftop จะมีอะไรบ้างเรามาดูกันเลยครับ
เงื่อนไขข้างต้นเป็นข้อมูลที่ตรวจสอบ ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2569 และอัตราดอกเบี้ยลอยตัว เช่น MRR และ MLR สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบกับธนาคารอีกครั้งก่อนยื่นกู้
1. ธอส. สินเชื่อ Solar Roof ปี 2569
หนึ่งในสินเชื่อที่ตรงกับการติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในปี 2569 คือ สินเชื่อ Solar Roof ปี 2569 ของธนาคารอาคารสงเคราะห์
อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันคือ ปีแรก 2.20% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 3.25% ปีที่ 3 เท่ากับ MRR-2.895% และตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปเท่ากับ MRR โดยกู้ได้ตามเกณฑ์หลักประกันและรายได้ แต่ในส่วนเกณฑ์รายได้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี
ข้อจำกัดสำคัญคือ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้เปิดสำหรับทุกคน แต่เน้นลูกค้าเดิมกลุ่มสวัสดิการที่เข้าเงื่อนไขของ ธอส. ดังนั้นควรตรวจสอบสิทธิของตัวเองก่อน
2. Bangkok Bank – สินเชื่อบัวหลวงพูนผลกรีน
ธนาคารกรุงเทพมี สินเชื่อบัวหลวงพูนผลกรีน สำหรับการปรับปรุงบ้านด้านการประหยัดพลังงาน รวมถึง Solar Rooftop
สำหรับแคมเปญร่วมกับ กฟภ. ในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยปีแรกเริ่มต้น 4.99% ต่อปีเมื่อเข้าเงื่อนไข หรือ 5.49% ในกรณีไม่ทำประกันตามเงื่อนไข หลังจากนั้นสินเชื่อบ้านได้เพิ่มหรือ Top Up อยู่ที่ MRR-1.00% ส่วน Home for Cash อยู่ที่ MRR-0.75%
วงเงินสามารถสูงสุดถึง 10 ล้านบาท และระยะเวลาผ่อนสูงสุดถึง 30 ปี จึงเหมาะกับเจ้าของบ้านที่ต้องการกระจายภาระค่างวดในระยะยาว โดยต้องพิจารณาต้นทุนดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาด้วย
3. Krungsri Home for Cash สำหรับติดตั้ง Solar Rooftop
กรุงศรีมีสินเชื่อ Home for Cash สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยตรง เหมาะกับผู้ที่มีบ้านหรือที่อยู่อาศัยปลอดภาระและต้องการนำหลักทรัพย์มาเปลี่ยนเป็นวงเงินสำหรับติดตั้ง Solar Rooftop
วงเงินขั้นต่ำของ Home for Cash อยู่ที่ 500,000 บาท และหลักประกันประเภทที่อยู่อาศัยสามารถขอวงเงินได้สูงสุดประมาณ 85% ของราคาประเมินตามหลักเกณฑ์ธนาคาร โดยผ่อนชำระได้สูงสุด 30 ปี
ณ เดือนสิงหาคม 2569 ธนาคารระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาประมาณ 5.979–8.896% ต่อปี ขึ้นอยู่กับทางเลือกและเงื่อนไขของผู้กู้
สำหรับบ้านที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เพียงประมาณ 100,000–200,000 บาท สินเชื่อประเภทนี้อาจไม่ใช่ตัวเลือกแรก เพราะวงเงินขั้นต่ำค่อนข้างสูง ควรเทียบกับสินเชื่อหรือการผ่อนประเภทอื่นก่อน
4. ธนาคารออมสิน – GSB Go Green
GSB Go Green รองรับการกู้เพื่อติดตั้ง Solar Cell หรือ Solar Rooftop โดยมีทั้งรูปแบบไม่มีหลักประกันและแบบใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน
แบบไม่มีหลักประกัน หรือ Clean Loan ให้กู้ไม่เกิน 10 เท่าของรายได้รวมและไม่เกิน 500,000 บาท ระยะเวลากู้สูงสุด 7 ปี ส่วนกรณีมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สามารถกู้ตามเกณฑ์ได้สูงสุด 90% ของราคาประเมินหลักทรัพย์และระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี
สำหรับอัตราดอกเบี้ยควรตรวจสอบประกาศล่าสุดของธนาคาร ณ วันที่สมัคร เนื่องจากเป็นอัตราที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
5. UOB U-Solar – เหมาะกับคนที่ต้องการผ่อนระยะสั้น
UOB U-Solar มีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อบ้าน เพราะเป็นระบบที่เชื่อมลูกค้ากับผู้ติดตั้ง Solar Rooftop ที่เป็นพันธมิตรของ UOB และมีทางเลือกผ่อนชำระผ่านผลิตภัณฑ์ของธนาคาร
ปัจจุบันสามารถผ่อนผ่านบัตรเครดิต UOB สูงสุด 10 เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ย หรือผ่อนผ่าน UOB Cash Plus สูงสุด 24 เดือนโดยไม่มีดอกเบี้ยตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของธนาคาร
เหมาะกับผู้ที่มีรายได้เพียงพอที่จะรับค่างวดค่อนข้างสูงในระยะสั้น และไม่ต้องการกู้ระยะยาวโดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน ทั้งนี้แพ็กเกจและผู้ติดตั้งต้องเป็นไปตามเงื่อนไข U-Solar
6. SCB Home Loan Top Up
สำหรับผู้ที่มีสินเชื่อบ้านกับ SCB อยู่แล้ว อีกทางเลือกคือ SCB Home Loan Top Up
ปัจจุบันลูกค้าที่ผ่อนสินเชื่อบ้านตรงกำหนดมาแล้วตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป สามารถขอวงเงินเพิ่มเติมจากส่วนของเงินต้นที่ชำระไปแล้ว โดยมีระยะเวลากู้สูงสุด 30 ปี
ณ ปี 2569 SCB ระบุอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงสำหรับ Home Loan Top Up ประมาณ 5.075–7.075% ต่อปี ขณะที่ MRR อยู่ที่ 6.575% ต่อปี ณ วันที่ 2 มีนาคม 2569
สินเชื่อนี้เป็นสินเชื่อ Top Up ทั่วไป ไม่ใช่ Solar Loan โดยตรง ดังนั้นผู้กู้ควรสอบถามธนาคารเรื่องวัตถุประสงค์การใช้วงเงินและเงื่อนไขก่อนสมัคร
7. KBank K-Solar Rooftop Financing สำหรับธุรกิจ
สำหรับโรงงาน บริษัท หรือผู้ประกอบการ กสิกรไทยมี K-Solar Rooftop Financing ซึ่งตรงกับการลงทุน Solar Rooftop ของภาคธุรกิจมากกว่า Green Home Loan สำหรับบุคคลทั่วไป
ธนาคารให้วงเงินสูงสุดถึง 100% ของมูลค่าโครงการตามหลักเกณฑ์ ระยะเวลาผ่อนสูงสุด 8 ปี โดยอัตราพิเศษที่ประกาศถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2569 คือ MLR-1.00% ต่อปี สำหรับระยะเวลาผ่อนไม่เกิน 5 ปี และ MLR-0.80% สำหรับระยะเวลาผ่อนไม่เกิน 8 ปี
สำหรับธุรกิจ สิ่งที่ควรดูไม่ใช่เพียงดอกเบี้ย แต่ควรคำนวณ กระแสเงินสดจากค่าไฟที่ลดลงเทียบกับ Debt Service รายเดือน เพื่อดูว่าโครงการสามารถ Self-Financing ได้มากน้อยเพียงใด
ปี 2569 มีสิทธิลดหย่อนภาษี Solar Rooftop สูงสุด 200,000 บาท
อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การติด Solar Rooftop ในปี 2569 น่าสนใจขึ้น คือมาตรการภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา
ผู้ที่เข้าเงื่อนไขสามารถนำ ค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท มาใช้ลดหย่อนภาษีได้ โดยมาตรการมีผลถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571
เงื่อนไขหลัก ได้แก่ เป็น Solar Rooftop ของบ้านอยู่อาศัย ระบบต้องเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของ MEA หรือ PEA แบบ On-Grid มีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เต็มรูปแบบ (e-Tax Invoice) และใช้สิทธิได้หนึ่งครั้งไม่เกินหนึ่งระบบตามหลักเกณฑ์กรมสรรพากร
สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ 200,000 บาทไม่ใช่เงินที่รัฐบาลคืนให้ 200,000 บาท แต่เป็นวงเงินค่าใช้จ่ายที่นำไปใช้ลดหย่อนภาษี ดังนั้นจำนวนภาษีที่ประหยัดได้จริงขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน
ปี 2569 ขายไฟส่วนเกินได้ 2.20 บาทต่อหน่วย
โครงการ Solar Rooftop ภาคประชาชนปี 2569 เปิดให้เจ้าของบ้านที่เข้าเงื่อนไขขายไฟฟ้าส่วนเกินกลับเข้าสู่ระบบได้
หลักเกณฑ์สำคัญคือ เป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย เสนอขายไฟได้ไม่เกิน 5 kW AC ต่อมิเตอร์ อัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย (kWh) และมีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี โดยโครงการเปิดรับคำขอตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 และมีเป้าหมายการรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 MW
อย่างไรก็ตาม การออกแบบระบบยังควรเน้น ผลิตไฟแล้วใช้เองให้ได้มากที่สุด ก่อน เพราะไฟที่ช่วยลดการซื้อไฟจากการไฟฟ้ามักสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อหน่วยได้ดีกว่าการผลิตเกินแล้วขายกลับในราคา 2.20 บาท
ตัวอย่างคำนวณจุดคุ้มทุนเมื่อใช้สินเชื่อโซล่าเซลล์
มาถึงจุดนี้แล้ว หลายคนก็ยังลังเลว่า กูเงินมาติดแล้วจะคุ้มจริงๆเหรอ วันนี้ คุ้มไวโซล่า ลองยกตัวอย่างมาคำนวนตัวเลขคร่าวๆ ให้ดูครับ สมมุติว่า
-
เงินลงทุนติดตั้ง: 150,000 บาท (ระบบขนาดกลางสำหรับบ้าน)
-
วงเงินกู้: 150,000 บาท (กู้เต็มจำนวน)
-
อัตราดอกเบี้ย: 5.5% – 6.0% ต่อปี
-
ระยะเวลาผ่อน: 3 – 5 ปี
-
การประหยัดค่าไฟประมาณ: 25% ของเงินลงทุนต่อปี เท่ากับ 37,500 บาท/ปี หรือประมาณ 3,125 บาท/เดือน

จากข้อมูลข้างต้น สมมุติว่าผ่อน 5 ปี กับ ผ่อน 3 ปี สามารถคำนวณได้ดังนี้
สมมุติว่าผ่อน 5 ปี (60 งวด)
ค่างวดราว 2,900–3,000 บาท/เดือน เทียบกับประหยัดค่าไฟประมาณ 3,125 บาท/เดือน หมายความว่าแต่ละเดือนจะมีเงินส่วนต่างเหลือประมาณ 125 บาท
ดังนั้นการติดตั้งครั้งนี้ มีกระแสเงินสดบวก หรือเหมือนได้กำไรตั้งแต่เดือนแรกเลยทันที เมื่อผ่อนครบ 5 ปี เงินที่ลงทุนไว้จะกลายเป็นกำไรสุทธิเหมือนกับได้ติดโซล่าเซลล์ฟรีๆ จุดคุ้มทุนที่แท้จริงจะอยู่ที่ประมาณปีที่ 5 นั่นเอง
สมมุติว่าผ่อน 3 ปี (36 งวด)
ค่างวดราว 4,500–4,600 บาท/เดือน สูงกว่าค่าไฟที่ประหยัดได้ อยู่ประมาณ 1,400 บาทต่อเดือน ดังนั้นช่วง 3 ปีแรกที่ผ่อน เจ้าของบ้านต้องจ่ายเพิ่มจากเงินที่ประหยัดได้ประมาณเดือนละ 1,400 บาท
แต่หลังจากพอสิ้นปีที่ 3 ผ่อนหมดจะเสียดอกเบี้ยไปราว 13,000 บาท จะมีเงินประหยัดค่าไฟประมาณ 37,500 บาท/ปีเข้ามาเต็มๆ ซึ่งถ้าคำนวณคร่าวๆ แล้วจะใช้เวลาอีกไม่นานเพื่อชดเชยดอกเบี้ยที่จ่ายไป
หมายความว่าประมาณ 4 ปี ก็จะคืนทุนส่วนที่เป็นดอกเบี้ยครบ (4 ปี = จุดคุ้มทุน) และปีที่ 5 เป็นต้นไปคือกำไรสุทธิ
สรุป: ปี 2569 กู้ติดโซล่าเซลล์น่าสนใจกว่าเดิมหรือไม่?
ปี 2569 ถือว่ามีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้น ทั้งสินเชื่อเฉพาะ Solar Rooftop จากบางธนาคาร สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาทสำหรับผู้เข้าเงื่อนไข และโครงการรับซื้อไฟส่วนเกิน 2.20 บาทต่อหน่วยเป็นเวลา 10 ปี
แต่การกู้มาติดโซลาร์เซลล์จะคุ้มหรือไม่ ต้องดูจาก ค่าไฟจริง พฤติกรรมการใช้ไฟช่วงกลางวัน ราคาติดตั้ง อัตราดอกเบี้ย และระยะเวลาผ่อนของแต่ละบ้าน ไม่ควรใช้ตัวเลขคืนทุนเดียวกันกับทุกบ้าน
อยากรู้ว่าบ้านของคุณควรติดกี่ kW และผ่อนแล้วเหลือเงินหรือไม่?
ส่ง บิลค่าไฟล่าสุด + จังหวัด + ระบบไฟ 1 เฟสหรือ 3 เฟส ให้ทีมคุ้มไว Solar ประเมินขนาดระบบ ค่าไฟที่คาดว่าจะประหยัดได้ และประมาณจุดคุ้มทุนก่อนตัดสินใจติดตั้ง
โทร 066-141-7892
LINE: @kwSolar
หมายเหตุ: อัตราดอกเบี้ย โปรโมชั่น และหลักเกณฑ์สินเชื่อสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของแต่ละธนาคาร ข้อมูลในบทความนี้ตรวจสอบล่าสุดวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ผู้สนใจควรตรวจสอบเงื่อนไขกับธนาคารอีกครั้งก่อนยื่นสมัคร
สนใจติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับบ้านหรือธุรกิจ?
"คุ้มไว Solar" ให้บริการสำรวจ ออกแบบ และติดตั้งระบบโซล่าเซลล์ โดยทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมประเมินความเหมาะสมของหน้างานเบื้องต้นก่อนติดตั้ง
